ตัวประกอบของ 15283 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 15283
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 15283 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 15283 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 15283 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 15283 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 15283 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 17, 29, 31, 493, 527, 899, 15283
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 15283 ÷ 1 | = | 15283 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 17 | = | 899 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 29 | = | 527 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 31 | = | 493 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 493 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 527 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 899 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 15283 ÷ 15283 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 15283
| 1 x 15283 | = | 15283 |
| 17 x 899 | = | 15283 |
| 29 x 527 | = | 15283 |
| 31 x 493 | = | 15283 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 15283
1 + 17 + 29 + 31 + 493 + 527 + 899 + 15283 = 17280
▶ ตัวประกอบของ 15283 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
17, 29, 31
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 15283 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
15283 = 17 x 29 x 31
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 15283 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 15283 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 15283 มา 1 คู่ เช่น 17 x 899
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 15283
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 15283 แบบที่หนึ่ง
- 15283
- 31
- 493
- 17
- 29
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 15283 แบบที่สอง
- 15283
- 17
- 899
- 29
- 31
ดังนั้น 15283 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
15283 =
17 x 29 x 31
2. การแยกตัวประกอบของ 15283 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 15283 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 15283 นั้นก็คือ 17, 29, 31 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 15283
17)1528329)89931)311ดังนั้น 15283 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้15283 = 17 x 29 x 31วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 15283
1แยกตัวประกอบของ 15283 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 291 x 3112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 15283 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 15283 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 15283 นั้นก็คือ 17, 29, 31 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 15283
17
)15283
29
)899
31
)31
1
ดังนั้น 15283 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
15283 = 17 x 29 x 31
1แยกตัวประกอบของ 15283 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 171 x 291 x 311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 15283 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 15283 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
