โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13878 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13878

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13878 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13878 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 27, 54, 257, 514, 771, 1542, 2313, 4626, 6939, 13878
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13878 ÷ 1=13878เหลือเศษ 0
13878 ÷ 2=6939เหลือเศษ 0
13878 ÷ 3=4626เหลือเศษ 0
13878 ÷ 6=2313เหลือเศษ 0
13878 ÷ 9=1542เหลือเศษ 0
13878 ÷ 18=771เหลือเศษ 0
13878 ÷ 27=514เหลือเศษ 0
13878 ÷ 54=257เหลือเศษ 0
13878 ÷ 257=54เหลือเศษ 0
13878 ÷ 514=27เหลือเศษ 0
13878 ÷ 771=18เหลือเศษ 0
13878 ÷ 1542=9เหลือเศษ 0
13878 ÷ 2313=6เหลือเศษ 0
13878 ÷ 4626=3เหลือเศษ 0
13878 ÷ 6939=2เหลือเศษ 0
13878 ÷ 13878=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13878
1 x 13878
2 x 6939
3 x 4626
6 x 2313
9 x 1542
18 x 771
27 x 514
54 x 257
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13878
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 27 + 54 + 257 + 514 + 771 + 1542 + 2313 + 4626 + 6939 + 13878 = 30960
ตัวประกอบของ 13878 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 257
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13878 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13878 = 2 x 3 x 3 x 3 x 257
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13878 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13878 = 2 x 33 x 257
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13878 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13878 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13878 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6939
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13878
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13878 แบบที่หนึ่ง
  • 13878
    • 54
      • 6
        • 2
        • 3
      • 9
        • 3
        • 3
    • 257

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13878 แบบที่สอง
  • 13878
    • 2
    • 6939
      • 3
      • 2313
        • 3
        • 771
          • 3
          • 257
ดังนั้น 13878 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13878 = 2 x 3 x 3 x 3 x 257
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13878 = 2 x 33 x 257 หรือ 21 x 33 x 2571

2. การแยกตัวประกอบของ 13878 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13878 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13878 นั้นก็คือ 2, 3, 257 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13878

2
)13878
3
)6939
3
)2313
3
)771
257
)257
1
ดังนั้น 13878 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13878 = 2 x 3 x 3 x 3 x 257
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13878 = 2 x 33 x 257 หรือ 21 x 33 x 2571

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13878

1แยกตัวประกอบของ 13878 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 2571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 257 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13878 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13878 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇