โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13887 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13887

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13887 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13887 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 1543, 4629, 13887
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13887 ÷ 1=13887เหลือเศษ 0
13887 ÷ 3=4629เหลือเศษ 0
13887 ÷ 9=1543เหลือเศษ 0
13887 ÷ 1543=9เหลือเศษ 0
13887 ÷ 4629=3เหลือเศษ 0
13887 ÷ 13887=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13887
1 x 13887
3 x 4629
9 x 1543
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13887
1 + 3 + 9 + 1543 + 4629 + 13887 = 20072
ตัวประกอบของ 13887 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 1543
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13887 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13887 = 3 x 3 x 1543
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13887 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13887 = 32 x 1543
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13887 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13887 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13887 มา 1 คู่ เช่น 3 x 4629
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13887
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13887 แบบที่หนึ่ง
  • 13887
    • 9
      • 3
      • 3
    • 1543

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13887 แบบที่สอง
  • 13887
    • 3
    • 4629
      • 3
      • 1543
ดังนั้น 13887 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13887 = 3 x 3 x 1543
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13887 = 32 x 1543 หรือ 32 x 15431

2. การแยกตัวประกอบของ 13887 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13887 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13887 นั้นก็คือ 3, 1543 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13887

3
)13887
3
)4629
1543
)1543
1
ดังนั้น 13887 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13887 = 3 x 3 x 1543
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13887 = 32 x 1543 หรือ 32 x 15431

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13887

1แยกตัวประกอบของ 13887 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 15431
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1543 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13887 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13887 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇