ตัวประกอบของ 74610 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 74610
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 74610 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 74610 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 74610 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 74610 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 74610 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 5, 6, 9, 10, 15, 18, 30, 45, 90, 829, 1658, 2487, 4145, 4974, 7461, 8290, 12435, 14922, 24870, 37305, 74610
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 74610 ÷ 1 | = | 74610 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 2 | = | 37305 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 3 | = | 24870 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 5 | = | 14922 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 6 | = | 12435 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 9 | = | 8290 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 10 | = | 7461 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 15 | = | 4974 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 18 | = | 4145 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 30 | = | 2487 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 45 | = | 1658 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 90 | = | 829 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 829 | = | 90 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 1658 | = | 45 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 2487 | = | 30 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 4145 | = | 18 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 4974 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 7461 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 8290 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 12435 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 14922 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 24870 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 37305 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 74610 ÷ 74610 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 74610
| 1 x 74610 | = | 74610 |
| 2 x 37305 | = | 74610 |
| 3 x 24870 | = | 74610 |
| 5 x 14922 | = | 74610 |
| 6 x 12435 | = | 74610 |
| 9 x 8290 | = | 74610 |
| 10 x 7461 | = | 74610 |
| 15 x 4974 | = | 74610 |
| 18 x 4145 | = | 74610 |
| 30 x 2487 | = | 74610 |
| 45 x 1658 | = | 74610 |
| 90 x 829 | = | 74610 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 74610
1 + 2 + 3 + 5 + 6 + 9 + 10 + 15 + 18 + 30 + 45 + 90 + 829 + 1658 + 2487 + 4145 + 4974 + 7461 + 8290 + 12435 + 14922 + 24870 + 37305 + 74610 = 194220
▶ ตัวประกอบของ 74610 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 5, 829
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 74610 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
74610 = 2 x 3 x 3 x 5 x 829
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 74610 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
74610 = 2 x 32 x 5 x 829
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 74610 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
74610 = 2 x 32 x 5 x 829
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 74610 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 74610 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 74610 มา 1 คู่ เช่น 2 x 37305
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 74610
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 74610 แบบที่หนึ่ง
- 74610
- 90
- 9
- 3
- 3
- 10
- 2
- 5
- 9
- 829
- 90
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 74610 แบบที่สอง
- 74610
- 2
- 37305
- 3
- 12435
- 3
- 4145
- 5
- 829
ดังนั้น 74610 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
74610 =
2 x 3 x 3 x 5 x 829
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
74610 =
2 x 32 x 5 x 829 หรือ 21 x 32 x 51 x 8291
2. การแยกตัวประกอบของ 74610 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 74610 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 74610 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 829 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 74610
2)746103)373053)124355)4145829)8291ดังนั้น 74610 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้74610 = 2 x 3 x 3 x 5 x 829หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง74610 = 2 x 32 x 5 x 829 หรือ 21 x 32 x 51 x 8291วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 74610
1แยกตัวประกอบของ 74610 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 51 x 82912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 829 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 74610 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 74610 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 74610 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 829 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 74610
2
)74610
3
)37305
3
)12435
5
)4145
829
)829
1
ดังนั้น 74610 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
74610 = 2 x 3 x 3 x 5 x 829
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
74610 = 2 x 32 x 5 x 829 หรือ 21 x 32 x 51 x 8291
1แยกตัวประกอบของ 74610 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 51 x 8291
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 829 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 74610 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 74610 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
