ตัวประกอบของ 52487 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 52487
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 52487 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 52487 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 52487 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 52487 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 52487 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 73, 719, 52487
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 52487 ÷ 1 | = | 52487 | เหลือเศษ 0 |
| 52487 ÷ 73 | = | 719 | เหลือเศษ 0 |
| 52487 ÷ 719 | = | 73 | เหลือเศษ 0 |
| 52487 ÷ 52487 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 52487
| 1 x 52487 | = | 52487 |
| 73 x 719 | = | 52487 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 52487
1 + 73 + 719 + 52487 = 53280
▶ ตัวประกอบของ 52487 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
73, 719
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 52487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52487 = 73 x 719
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 52487 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 52487 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 52487 มา 1 คู่ เช่น 73 x 719
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52487
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52487
- 52487
- 73
- 719
ดังนั้น 52487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52487 =
73 x 719
2. การแยกตัวประกอบของ 52487 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 52487 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52487 นั้นก็คือ 73, 719 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52487
73)52487719)7191ดังนั้น 52487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้52487 = 73 x 719วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 52487
1แยกตัวประกอบของ 52487 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 731 x 71912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 719 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52487 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 52487 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52487 นั้นก็คือ 73, 719 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52487
73
)52487
719
)719
1
ดังนั้น 52487 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52487 = 73 x 719
1แยกตัวประกอบของ 52487 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 731 x 7191
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 719 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52487 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 52487 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
