ตัวประกอบของ 52350 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 52350
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 52350 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 52350 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 52350 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 52350 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 52350 มีทั้งหมด 24 ตัวคือ 1, 2, 3, 5, 6, 10, 15, 25, 30, 50, 75, 150, 349, 698, 1047, 1745, 2094, 3490, 5235, 8725, 10470, 17450, 26175, 52350
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 52350 ÷ 1 | = | 52350 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 2 | = | 26175 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 3 | = | 17450 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 5 | = | 10470 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 6 | = | 8725 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 10 | = | 5235 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 15 | = | 3490 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 25 | = | 2094 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 30 | = | 1745 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 50 | = | 1047 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 75 | = | 698 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 150 | = | 349 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 349 | = | 150 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 698 | = | 75 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 1047 | = | 50 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 1745 | = | 30 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 2094 | = | 25 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 3490 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 5235 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 8725 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 10470 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 17450 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 26175 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 52350 ÷ 52350 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 52350
| 1 x 52350 | = | 52350 |
| 2 x 26175 | = | 52350 |
| 3 x 17450 | = | 52350 |
| 5 x 10470 | = | 52350 |
| 6 x 8725 | = | 52350 |
| 10 x 5235 | = | 52350 |
| 15 x 3490 | = | 52350 |
| 25 x 2094 | = | 52350 |
| 30 x 1745 | = | 52350 |
| 50 x 1047 | = | 52350 |
| 75 x 698 | = | 52350 |
| 150 x 349 | = | 52350 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 52350
1 + 2 + 3 + 5 + 6 + 10 + 15 + 25 + 30 + 50 + 75 + 150 + 349 + 698 + 1047 + 1745 + 2094 + 3490 + 5235 + 8725 + 10470 + 17450 + 26175 + 52350 = 130200
▶ ตัวประกอบของ 52350 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 5, 349
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 52350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52350 = 2 x 3 x 5 x 5 x 349
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 52350 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
52350 = 2 x 3 x 52 x 349
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 52350 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
52350 = 2 x 3 x 52 x 349
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 52350 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 52350 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 52350 มา 1 คู่ เช่น 2 x 26175
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52350
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52350 แบบที่หนึ่ง
- 52350
- 150
- 10
- 2
- 5
- 15
- 3
- 5
- 10
- 349
- 150
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 52350 แบบที่สอง
- 52350
- 2
- 26175
- 3
- 8725
- 5
- 1745
- 5
- 349
ดังนั้น 52350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52350 =
2 x 3 x 5 x 5 x 349
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
52350 =
2 x 3 x 52 x 349 หรือ 21 x 31 x 52 x 3491
2. การแยกตัวประกอบของ 52350 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 52350 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52350 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 349 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52350
2)523503)261755)87255)1745349)3491ดังนั้น 52350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้52350 = 2 x 3 x 5 x 5 x 349หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง52350 = 2 x 3 x 52 x 349 หรือ 21 x 31 x 52 x 3491วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 52350
1แยกตัวประกอบของ 52350 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 52 x 34912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 349 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 3 x 2 = 24✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52350 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 52350 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 52350 นั้นก็คือ 2, 3, 5, 349 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 52350
2
)52350
3
)26175
5
)8725
5
)1745
349
)349
1
ดังนั้น 52350 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
52350 = 2 x 3 x 5 x 5 x 349
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
52350 = 2 x 3 x 52 x 349 หรือ 21 x 31 x 52 x 3491
1แยกตัวประกอบของ 52350 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 52 x 3491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
- 👉 349 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 3 x 2 = 24✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 52350 มีทั้งหมด 24 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 52350 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
