ตัวประกอบของ 50747 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 50747
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 50747 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 50747 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 50747 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 50747 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 50747 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 31, 1637, 50747
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 50747 ÷ 1 | = | 50747 | เหลือเศษ 0 |
| 50747 ÷ 31 | = | 1637 | เหลือเศษ 0 |
| 50747 ÷ 1637 | = | 31 | เหลือเศษ 0 |
| 50747 ÷ 50747 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 50747
| 1 x 50747 | = | 50747 |
| 31 x 1637 | = | 50747 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 50747
1 + 31 + 1637 + 50747 = 52416
▶ ตัวประกอบของ 50747 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
31, 1637
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 50747 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50747 = 31 x 1637
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 50747 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 50747 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 50747 มา 1 คู่ เช่น 31 x 1637
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50747
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 50747
- 50747
- 31
- 1637
ดังนั้น 50747 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50747 =
31 x 1637
2. การแยกตัวประกอบของ 50747 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 50747 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50747 นั้นก็คือ 31, 1637 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50747
31)507471637)16371ดังนั้น 50747 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้50747 = 31 x 1637วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 50747
1แยกตัวประกอบของ 50747 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 163712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1637 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50747 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 50747 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 50747 นั้นก็คือ 31, 1637 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 50747
31
)50747
1637
)1637
1
ดังนั้น 50747 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
50747 = 31 x 1637
1แยกตัวประกอบของ 50747 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 311 x 16371
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 31 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 1637 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 50747 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 50747 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
