ตัวประกอบของ 48237 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48237
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48237 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48237 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48237 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48237 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48237 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 7, 21, 2297, 6891, 16079, 48237
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48237 ÷ 1 | = | 48237 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 3 | = | 16079 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 7 | = | 6891 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 21 | = | 2297 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 2297 | = | 21 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 6891 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 16079 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48237 ÷ 48237 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48237
| 1 x 48237 | = | 48237 |
| 3 x 16079 | = | 48237 |
| 7 x 6891 | = | 48237 |
| 21 x 2297 | = | 48237 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48237
1 + 3 + 7 + 21 + 2297 + 6891 + 16079 + 48237 = 73536
▶ ตัวประกอบของ 48237 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 2297
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48237 = 3 x 7 x 2297
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48237 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48237 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48237 มา 1 คู่ เช่น 3 x 16079
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48237
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48237 แบบที่หนึ่ง
- 48237
- 21
- 3
- 7
- 2297
- 21
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48237 แบบที่สอง
- 48237
- 3
- 16079
- 7
- 2297
ดังนั้น 48237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48237 =
3 x 7 x 2297
2. การแยกตัวประกอบของ 48237 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48237 นั้นก็คือ 3, 7, 2297 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48237
3)482377)160792297)22971ดังนั้น 48237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48237 = 3 x 7 x 2297วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48237
1แยกตัวประกอบของ 48237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 71 x 229712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2297 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48237 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48237 นั้นก็คือ 3, 7, 2297 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48237
3
)48237
7
)16079
2297
)2297
1
ดังนั้น 48237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48237 = 3 x 7 x 2297
1แยกตัวประกอบของ 48237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 71 x 22971
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 2297 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48237 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48237 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
