โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 4648 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 4648

คำนิยาม
▶

ตัวประกอบของ 4648 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 4648 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 83, 166, 332, 581, 664, 1162, 2324, 4648
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
4648 ÷ 1=4648เหลือเศษ 0
4648 ÷ 2=2324เหลือเศษ 0
4648 ÷ 4=1162เหลือเศษ 0
4648 ÷ 7=664เหลือเศษ 0
4648 ÷ 8=581เหลือเศษ 0
4648 ÷ 14=332เหลือเศษ 0
4648 ÷ 28=166เหลือเศษ 0
4648 ÷ 56=83เหลือเศษ 0
4648 ÷ 83=56เหลือเศษ 0
4648 ÷ 166=28เหลือเศษ 0
4648 ÷ 332=14เหลือเศษ 0
4648 ÷ 581=8เหลือเศษ 0
4648 ÷ 664=7เหลือเศษ 0
4648 ÷ 1162=4เหลือเศษ 0
4648 ÷ 2324=2เหลือเศษ 0
4648 ÷ 4648=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 4648
1 x 4648
2 x 2324
4 x 1162
7 x 664
8 x 581
14 x 332
28 x 166
56 x 83
▶
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 4648
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 83 + 166 + 332 + 581 + 664 + 1162 + 2324 + 4648 = 10080
▶
ตัวประกอบของ 4648 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 83
การแยกตัวประกอบคืออะไร
▶

4648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

4648 = 2 x 2 x 2 x 7 x 83
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 4648 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
4648 = 23 x 7 x 83
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 4648 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 4648 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 4648 มา 1 คู่ เช่น 2 x 2324
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 4648
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 4648 แบบที่หนึ่ง
  • 4648
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 83

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 4648 แบบที่สอง
  • 4648
    • 2
    • 2324
      • 2
      • 1162
        • 2
        • 581
          • 7
          • 83
ดังนั้น 4648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
4648 = 2 x 2 x 2 x 7 x 83
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
4648 = 23 x 7 x 83 หรือ 23 x 71 x 831

2. การแยกตัวประกอบของ 4648 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 4648 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 4648 นั้นก็คือ 2, 7, 83 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 4648

2
)4648
2
)2324
2
)1162
7
)581
83
)83
1
ดังนั้น 4648 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
4648 = 2 x 2 x 2 x 7 x 83
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
4648 = 23 x 7 x 83 หรือ 23 x 71 x 831

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 4648

1แยกตัวประกอบของ 4648 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 83 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 4648 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 4648 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇