ตัวประกอบของ 27462 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27462
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 27462 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 27462 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 27462 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 27462 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 27462 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 23, 46, 69, 138, 199, 398, 597, 1194, 4577, 9154, 13731, 27462
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 27462 ÷ 1 | = | 27462 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 2 | = | 13731 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 3 | = | 9154 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 6 | = | 4577 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 23 | = | 1194 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 46 | = | 597 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 69 | = | 398 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 138 | = | 199 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 199 | = | 138 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 398 | = | 69 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 597 | = | 46 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 1194 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 4577 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 9154 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 13731 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 27462 ÷ 27462 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27462
| 1 x 27462 | = | 27462 |
| 2 x 13731 | = | 27462 |
| 3 x 9154 | = | 27462 |
| 6 x 4577 | = | 27462 |
| 23 x 1194 | = | 27462 |
| 46 x 597 | = | 27462 |
| 69 x 398 | = | 27462 |
| 138 x 199 | = | 27462 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27462
1 + 2 + 3 + 6 + 23 + 46 + 69 + 138 + 199 + 398 + 597 + 1194 + 4577 + 9154 + 13731 + 27462 = 57600
▶ ตัวประกอบของ 27462 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
2, 3, 23, 199
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 27462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27462 = 2 x 3 x 23 x 199
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 27462 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27462 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27462 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13731
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27462
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27462 แบบที่หนึ่ง
- 27462
- 138
- 6
- 2
- 3
- 23
- 6
- 199
- 138
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27462 แบบที่สอง
- 27462
- 2
- 13731
- 3
- 4577
- 23
- 199
ดังนั้น 27462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27462 =
2 x 3 x 23 x 199
2. การแยกตัวประกอบของ 27462 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 27462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27462 นั้นก็คือ 2, 3, 23, 199 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27462
2)274623)1373123)4577199)1991ดังนั้น 27462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้27462 = 2 x 3 x 23 x 199วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27462
1แยกตัวประกอบของ 27462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 231 x 19912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 199 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27462 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 27462 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27462 นั้นก็คือ 2, 3, 23, 199 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27462
2
)27462
3
)13731
23
)4577
199
)199
1
ดังนั้น 27462 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27462 = 2 x 3 x 23 x 199
1แยกตัวประกอบของ 27462 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 231 x 1991
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 199 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27462 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27462 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
