โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 27352 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27352

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 27352 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 27352 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 26, 52, 104, 263, 526, 1052, 2104, 3419, 6838, 13676, 27352
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
27352 ÷ 1=27352เหลือเศษ 0
27352 ÷ 2=13676เหลือเศษ 0
27352 ÷ 4=6838เหลือเศษ 0
27352 ÷ 8=3419เหลือเศษ 0
27352 ÷ 13=2104เหลือเศษ 0
27352 ÷ 26=1052เหลือเศษ 0
27352 ÷ 52=526เหลือเศษ 0
27352 ÷ 104=263เหลือเศษ 0
27352 ÷ 263=104เหลือเศษ 0
27352 ÷ 526=52เหลือเศษ 0
27352 ÷ 1052=26เหลือเศษ 0
27352 ÷ 2104=13เหลือเศษ 0
27352 ÷ 3419=8เหลือเศษ 0
27352 ÷ 6838=4เหลือเศษ 0
27352 ÷ 13676=2เหลือเศษ 0
27352 ÷ 27352=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27352
1 x 27352
2 x 13676
4 x 6838
8 x 3419
13 x 2104
26 x 1052
52 x 526
104 x 263
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27352
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 26 + 52 + 104 + 263 + 526 + 1052 + 2104 + 3419 + 6838 + 13676 + 27352 = 55440
ตัวประกอบของ 27352 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 263
การแยกตัวประกอบคืออะไร

27352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

27352 = 2 x 2 x 2 x 13 x 263
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 27352 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
27352 = 23 x 13 x 263
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 27352 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27352 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27352 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13676
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27352
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27352 แบบที่หนึ่ง
  • 27352
    • 104
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 13
    • 263

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27352 แบบที่สอง
  • 27352
    • 2
    • 13676
      • 2
      • 6838
        • 2
        • 3419
          • 13
          • 263
ดังนั้น 27352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27352 = 2 x 2 x 2 x 13 x 263
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27352 = 23 x 13 x 263 หรือ 23 x 131 x 2631

2. การแยกตัวประกอบของ 27352 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 27352 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27352 นั้นก็คือ 2, 13, 263 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27352

2
)27352
2
)13676
2
)6838
13
)3419
263
)263
1
ดังนั้น 27352 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27352 = 2 x 2 x 2 x 13 x 263
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27352 = 23 x 13 x 263 หรือ 23 x 131 x 2631

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27352

1แยกตัวประกอบของ 27352 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 131 x 2631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 263 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27352 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27352 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇