ตัวประกอบของ 27002 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27002
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 27002 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 27002 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 27002 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 27002 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 27002 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 23, 46, 587, 1174, 13501, 27002
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 27002 ÷ 1 | = | 27002 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 2 | = | 13501 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 23 | = | 1174 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 46 | = | 587 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 587 | = | 46 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 1174 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 13501 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 27002 ÷ 27002 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27002
| 1 x 27002 | = | 27002 |
| 2 x 13501 | = | 27002 |
| 23 x 1174 | = | 27002 |
| 46 x 587 | = | 27002 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27002
1 + 2 + 23 + 46 + 587 + 1174 + 13501 + 27002 = 42336
▶ ตัวประกอบของ 27002 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 23, 587
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 27002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27002 = 2 x 23 x 587
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 27002 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27002 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27002 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13501
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27002
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27002 แบบที่หนึ่ง
- 27002
- 46
- 2
- 23
- 587
- 46
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27002 แบบที่สอง
- 27002
- 2
- 13501
- 23
- 587
ดังนั้น 27002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27002 =
2 x 23 x 587
2. การแยกตัวประกอบของ 27002 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 27002 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27002 นั้นก็คือ 2, 23, 587 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27002
2)2700223)13501587)5871ดังนั้น 27002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้27002 = 2 x 23 x 587วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27002
1แยกตัวประกอบของ 27002 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 231 x 58712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 587 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27002 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 27002 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27002 นั้นก็คือ 2, 23, 587 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27002
2
)27002
23
)13501
587
)587
1
ดังนั้น 27002 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27002 = 2 x 23 x 587
1แยกตัวประกอบของ 27002 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 231 x 5871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 587 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27002 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27002 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
