ตัวประกอบของ 21667 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21667
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21667 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21667 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 21667 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21667 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21667 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 47, 461, 21667
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21667 ÷ 1 | = | 21667 | เหลือเศษ 0 |
| 21667 ÷ 47 | = | 461 | เหลือเศษ 0 |
| 21667 ÷ 461 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 21667 ÷ 21667 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21667
| 1 x 21667 | = | 21667 |
| 47 x 461 | = | 21667 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21667
1 + 47 + 461 + 21667 = 22176
▶ ตัวประกอบของ 21667 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
47, 461
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21667 = 47 x 461
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21667 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21667 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21667 มา 1 คู่ เช่น 47 x 461
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21667
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21667
- 21667
- 47
- 461
ดังนั้น 21667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21667 =
47 x 461
2. การแยกตัวประกอบของ 21667 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21667 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21667 นั้นก็คือ 47, 461 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21667
47)21667461)4611ดังนั้น 21667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21667 = 47 x 461วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21667
1แยกตัวประกอบของ 21667 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 471 x 46112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 461 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21667 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21667 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21667 นั้นก็คือ 47, 461 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21667
47
)21667
461
)461
1
ดังนั้น 21667 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21667 = 47 x 461
1แยกตัวประกอบของ 21667 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 471 x 4611
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 461 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21667 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21667 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
