ตัวประกอบของ 21335 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21335
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21335 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21335 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 21335 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21335 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21335 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 17, 85, 251, 1255, 4267, 21335
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21335 ÷ 1 | = | 21335 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 5 | = | 4267 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 17 | = | 1255 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 85 | = | 251 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 251 | = | 85 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 1255 | = | 17 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 4267 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 21335 ÷ 21335 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21335
| 1 x 21335 | = | 21335 |
| 5 x 4267 | = | 21335 |
| 17 x 1255 | = | 21335 |
| 85 x 251 | = | 21335 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21335
1 + 5 + 17 + 85 + 251 + 1255 + 4267 + 21335 = 27216
▶ ตัวประกอบของ 21335 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 17, 251
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21335 = 5 x 17 x 251
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21335 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21335 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21335 มา 1 คู่ เช่น 5 x 4267
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21335
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21335 แบบที่หนึ่ง
- 21335
- 85
- 5
- 17
- 251
- 85
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21335 แบบที่สอง
- 21335
- 5
- 4267
- 17
- 251
ดังนั้น 21335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21335 =
5 x 17 x 251
2. การแยกตัวประกอบของ 21335 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21335 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21335 นั้นก็คือ 5, 17, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21335
5)2133517)4267251)2511ดังนั้น 21335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21335 = 5 x 17 x 251วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21335
1แยกตัวประกอบของ 21335 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 171 x 25112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21335 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21335 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21335 นั้นก็คือ 5, 17, 251 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21335
5
)21335
17
)4267
251
)251
1
ดังนั้น 21335 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21335 = 5 x 17 x 251
1แยกตัวประกอบของ 21335 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 171 x 2511
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 17 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 251 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21335 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21335 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
