ตัวประกอบของ 21027 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21027
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21027 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21027 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 21027 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21027 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21027 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 43, 129, 163, 489, 7009, 21027
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21027 ÷ 1 | = | 21027 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 3 | = | 7009 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 43 | = | 489 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 129 | = | 163 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 163 | = | 129 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 489 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 7009 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 21027 ÷ 21027 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21027
| 1 x 21027 | = | 21027 |
| 3 x 7009 | = | 21027 |
| 43 x 489 | = | 21027 |
| 129 x 163 | = | 21027 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21027
1 + 3 + 43 + 129 + 163 + 489 + 7009 + 21027 = 28864
▶ ตัวประกอบของ 21027 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 43, 163
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21027 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21027 = 3 x 43 x 163
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21027 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21027 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21027 มา 1 คู่ เช่น 3 x 7009
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21027
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21027 แบบที่หนึ่ง
- 21027
- 129
- 3
- 43
- 163
- 129
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21027 แบบที่สอง
- 21027
- 3
- 7009
- 43
- 163
ดังนั้น 21027 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21027 =
3 x 43 x 163
2. การแยกตัวประกอบของ 21027 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21027 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21027 นั้นก็คือ 3, 43, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21027
3)2102743)7009163)1631ดังนั้น 21027 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21027 = 3 x 43 x 163วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21027
1แยกตัวประกอบของ 21027 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 431 x 16312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21027 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21027 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21027 นั้นก็คือ 3, 43, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21027
3
)21027
43
)7009
163
)163
1
ดังนั้น 21027 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21027 = 3 x 43 x 163
1แยกตัวประกอบของ 21027 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 431 x 1631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21027 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21027 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
