โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19565 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19565

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19565 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19565 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 5, 7, 13, 35, 43, 65, 91, 215, 301, 455, 559, 1505, 2795, 3913, 19565
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19565 ÷ 1=19565เหลือเศษ 0
19565 ÷ 5=3913เหลือเศษ 0
19565 ÷ 7=2795เหลือเศษ 0
19565 ÷ 13=1505เหลือเศษ 0
19565 ÷ 35=559เหลือเศษ 0
19565 ÷ 43=455เหลือเศษ 0
19565 ÷ 65=301เหลือเศษ 0
19565 ÷ 91=215เหลือเศษ 0
19565 ÷ 215=91เหลือเศษ 0
19565 ÷ 301=65เหลือเศษ 0
19565 ÷ 455=43เหลือเศษ 0
19565 ÷ 559=35เหลือเศษ 0
19565 ÷ 1505=13เหลือเศษ 0
19565 ÷ 2795=7เหลือเศษ 0
19565 ÷ 3913=5เหลือเศษ 0
19565 ÷ 19565=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19565
1 x 19565
5 x 3913
7 x 2795
13 x 1505
35 x 559
43 x 455
65 x 301
91 x 215
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19565
1 + 5 + 7 + 13 + 35 + 43 + 65 + 91 + 215 + 301 + 455 + 559 + 1505 + 2795 + 3913 + 19565 = 29568
ตัวประกอบของ 19565 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
5, 7, 13, 43
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19565 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19565 = 5 x 7 x 13 x 43
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19565 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19565 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19565 มา 1 คู่ เช่น 5 x 3913
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19565
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19565 แบบที่หนึ่ง
  • 19565
    • 91
      • 7
      • 13
    • 215
      • 5
      • 43

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19565 แบบที่สอง
  • 19565
    • 5
    • 3913
      • 7
      • 559
        • 13
        • 43
ดังนั้น 19565 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19565 = 5 x 7 x 13 x 43

2. การแยกตัวประกอบของ 19565 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19565 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19565 นั้นก็คือ 5, 7, 13, 43 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19565

5
)19565
7
)3913
13
)559
43
)43
1
ดังนั้น 19565 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19565 = 5 x 7 x 13 x 43

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19565

1แยกตัวประกอบของ 19565 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 71 x 131 x 431
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19565 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19565 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇