โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19356 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19356

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19356 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19356 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 12, 1613, 3226, 4839, 6452, 9678, 19356
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19356 ÷ 1=19356เหลือเศษ 0
19356 ÷ 2=9678เหลือเศษ 0
19356 ÷ 3=6452เหลือเศษ 0
19356 ÷ 4=4839เหลือเศษ 0
19356 ÷ 6=3226เหลือเศษ 0
19356 ÷ 12=1613เหลือเศษ 0
19356 ÷ 1613=12เหลือเศษ 0
19356 ÷ 3226=6เหลือเศษ 0
19356 ÷ 4839=4เหลือเศษ 0
19356 ÷ 6452=3เหลือเศษ 0
19356 ÷ 9678=2เหลือเศษ 0
19356 ÷ 19356=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19356
1 x 19356
2 x 9678
3 x 6452
4 x 4839
6 x 3226
12 x 1613
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19356
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 12 + 1613 + 3226 + 4839 + 6452 + 9678 + 19356 = 45192
ตัวประกอบของ 19356 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1613
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19356 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19356 = 2 x 2 x 3 x 1613
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19356 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19356 = 22 x 3 x 1613
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19356 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19356 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19356 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9678
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19356
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19356 แบบที่หนึ่ง
  • 19356
    • 12
      • 3
      • 4
        • 2
        • 2
    • 1613

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19356 แบบที่สอง
  • 19356
    • 2
    • 9678
      • 2
      • 4839
        • 3
        • 1613
ดังนั้น 19356 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19356 = 2 x 2 x 3 x 1613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19356 = 22 x 3 x 1613 หรือ 22 x 31 x 16131

2. การแยกตัวประกอบของ 19356 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19356 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19356 นั้นก็คือ 2, 3, 1613 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19356

2
)19356
2
)9678
3
)4839
1613
)1613
1
ดังนั้น 19356 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19356 = 2 x 2 x 3 x 1613
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19356 = 22 x 3 x 1613 หรือ 22 x 31 x 16131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19356

1แยกตัวประกอบของ 19356 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 31 x 16131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 1613 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19356 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19356 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇