โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 17152 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 17152

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 17152 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 17152 มีทั้งหมด 18 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 32, 64, 67, 128, 134, 256, 268, 536, 1072, 2144, 4288, 8576, 17152
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
17152 ÷ 1=17152เหลือเศษ 0
17152 ÷ 2=8576เหลือเศษ 0
17152 ÷ 4=4288เหลือเศษ 0
17152 ÷ 8=2144เหลือเศษ 0
17152 ÷ 16=1072เหลือเศษ 0
17152 ÷ 32=536เหลือเศษ 0
17152 ÷ 64=268เหลือเศษ 0
17152 ÷ 67=256เหลือเศษ 0
17152 ÷ 128=134เหลือเศษ 0
17152 ÷ 134=128เหลือเศษ 0
17152 ÷ 256=67เหลือเศษ 0
17152 ÷ 268=64เหลือเศษ 0
17152 ÷ 536=32เหลือเศษ 0
17152 ÷ 1072=16เหลือเศษ 0
17152 ÷ 2144=8เหลือเศษ 0
17152 ÷ 4288=4เหลือเศษ 0
17152 ÷ 8576=2เหลือเศษ 0
17152 ÷ 17152=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 17152
1 x 17152
2 x 8576
4 x 4288
8 x 2144
16 x 1072
32 x 536
64 x 268
67 x 256
128 x 134
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 17152
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 32 + 64 + 67 + 128 + 134 + 256 + 268 + 536 + 1072 + 2144 + 4288 + 8576 + 17152 = 34748
ตัวประกอบของ 17152 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 67
การแยกตัวประกอบคืออะไร

17152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

17152 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 67
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 17152 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
17152 = 28 x 67
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 17152 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 17152 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 17152 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8576
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17152
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17152 แบบที่หนึ่ง
  • 17152
    • 128
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 16
        • 4
          • 2
          • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 134
      • 2
      • 67

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 17152 แบบที่สอง
  • 17152
    • 2
    • 8576
      • 2
      • 4288
        • 2
        • 2144
          • 2
          • 1072
            • 2
            • 536
              • 2
              • 268
                • 2
                • 134
                  • 2
                  • 67
ดังนั้น 17152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17152 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 67
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17152 = 28 x 67 หรือ 28 x 671

2. การแยกตัวประกอบของ 17152 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 17152 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 17152 นั้นก็คือ 2, 67 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 17152

2
)17152
2
)8576
2
)4288
2
)2144
2
)1072
2
)536
2
)268
2
)134
67
)67
1
ดังนั้น 17152 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
17152 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 67
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
17152 = 28 x 67 หรือ 28 x 671

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 17152

1แยกตัวประกอบของ 17152 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 28 x 671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 8 ให้เอา 8 + 1 = 9
  • 👉 67 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 9 x 2 = 18
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 17152 มีทั้งหมด 18 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 17152 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇