โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16952 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16952

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16952 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16952 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 13, 26, 52, 104, 163, 326, 652, 1304, 2119, 4238, 8476, 16952
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16952 ÷ 1=16952เหลือเศษ 0
16952 ÷ 2=8476เหลือเศษ 0
16952 ÷ 4=4238เหลือเศษ 0
16952 ÷ 8=2119เหลือเศษ 0
16952 ÷ 13=1304เหลือเศษ 0
16952 ÷ 26=652เหลือเศษ 0
16952 ÷ 52=326เหลือเศษ 0
16952 ÷ 104=163เหลือเศษ 0
16952 ÷ 163=104เหลือเศษ 0
16952 ÷ 326=52เหลือเศษ 0
16952 ÷ 652=26เหลือเศษ 0
16952 ÷ 1304=13เหลือเศษ 0
16952 ÷ 2119=8เหลือเศษ 0
16952 ÷ 4238=4เหลือเศษ 0
16952 ÷ 8476=2เหลือเศษ 0
16952 ÷ 16952=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16952
1 x 16952
2 x 8476
4 x 4238
8 x 2119
13 x 1304
26 x 652
52 x 326
104 x 163
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16952
1 + 2 + 4 + 8 + 13 + 26 + 52 + 104 + 163 + 326 + 652 + 1304 + 2119 + 4238 + 8476 + 16952 = 34440
ตัวประกอบของ 16952 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 13, 163
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16952 = 2 x 2 x 2 x 13 x 163
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16952 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16952 = 23 x 13 x 163
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16952 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16952 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16952 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8476
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16952
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16952 แบบที่หนึ่ง
  • 16952
    • 104
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 13
    • 163

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16952 แบบที่สอง
  • 16952
    • 2
    • 8476
      • 2
      • 4238
        • 2
        • 2119
          • 13
          • 163
ดังนั้น 16952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16952 = 2 x 2 x 2 x 13 x 163
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16952 = 23 x 13 x 163 หรือ 23 x 131 x 1631

2. การแยกตัวประกอบของ 16952 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16952 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16952 นั้นก็คือ 2, 13, 163 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16952

2
)16952
2
)8476
2
)4238
13
)2119
163
)163
1
ดังนั้น 16952 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16952 = 2 x 2 x 2 x 13 x 163
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16952 = 23 x 13 x 163 หรือ 23 x 131 x 1631

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16952

1แยกตัวประกอบของ 16952 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 131 x 1631
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 163 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16952 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16952 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇