ตัวประกอบของ 16942 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16942
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16942 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16942 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16942 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16942 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16942 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 43, 86, 197, 394, 8471, 16942
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16942 ÷ 1 | = | 16942 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 2 | = | 8471 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 43 | = | 394 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 86 | = | 197 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 197 | = | 86 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 394 | = | 43 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 8471 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16942 ÷ 16942 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16942
| 1 x 16942 | = | 16942 |
| 2 x 8471 | = | 16942 |
| 43 x 394 | = | 16942 |
| 86 x 197 | = | 16942 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16942
1 + 2 + 43 + 86 + 197 + 394 + 8471 + 16942 = 26136
▶ ตัวประกอบของ 16942 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 43, 197
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16942 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16942 = 2 x 43 x 197
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16942 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16942 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16942 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8471
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16942
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16942 แบบที่หนึ่ง
- 16942
- 86
- 2
- 43
- 197
- 86
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16942 แบบที่สอง
- 16942
- 2
- 8471
- 43
- 197
ดังนั้น 16942 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16942 =
2 x 43 x 197
2. การแยกตัวประกอบของ 16942 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16942 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16942 นั้นก็คือ 2, 43, 197 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16942
2)1694243)8471197)1971ดังนั้น 16942 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16942 = 2 x 43 x 197วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16942
1แยกตัวประกอบของ 16942 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 431 x 19712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 197 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16942 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16942 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16942 นั้นก็คือ 2, 43, 197 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16942
2
)16942
43
)8471
197
)197
1
ดังนั้น 16942 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16942 = 2 x 43 x 197
1แยกตัวประกอบของ 16942 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 431 x 1971
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 43 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 197 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16942 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16942 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
