ตัวประกอบของ 16934 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16934
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16934 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16934 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16934 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16934 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16934 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 2, 8467, 16934
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16934 ÷ 1 | = | 16934 | เหลือเศษ 0 |
| 16934 ÷ 2 | = | 8467 | เหลือเศษ 0 |
| 16934 ÷ 8467 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16934 ÷ 16934 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16934
| 1 x 16934 | = | 16934 |
| 2 x 8467 | = | 16934 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16934
1 + 2 + 8467 + 16934 = 25404
▶ ตัวประกอบของ 16934 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 8467
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16934 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16934 = 2 x 8467
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16934 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16934 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16934 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8467
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16934
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16934
- 16934
- 2
- 8467
ดังนั้น 16934 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16934 =
2 x 8467
2. การแยกตัวประกอบของ 16934 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16934 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16934 นั้นก็คือ 2, 8467 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16934
2)169348467)84671ดังนั้น 16934 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16934 = 2 x 8467วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16934
1แยกตัวประกอบของ 16934 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 846712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8467 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16934 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16934 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16934 นั้นก็คือ 2, 8467 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16934
2
)16934
8467
)8467
1
ดังนั้น 16934 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16934 = 2 x 8467
1แยกตัวประกอบของ 16934 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 84671
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8467 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16934 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16934 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
