ตัวประกอบของ 16539 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16539
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16539 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16539 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16539 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16539 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16539 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 37, 111, 149, 447, 5513, 16539
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16539 ÷ 1 | = | 16539 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 3 | = | 5513 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 37 | = | 447 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 111 | = | 149 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 149 | = | 111 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 447 | = | 37 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 5513 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 16539 ÷ 16539 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16539
| 1 x 16539 | = | 16539 |
| 3 x 5513 | = | 16539 |
| 37 x 447 | = | 16539 |
| 111 x 149 | = | 16539 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16539
1 + 3 + 37 + 111 + 149 + 447 + 5513 + 16539 = 22800
▶ ตัวประกอบของ 16539 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 37, 149
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16539 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16539 = 3 x 37 x 149
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16539 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16539 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16539 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5513
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16539
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16539 แบบที่หนึ่ง
- 16539
- 111
- 3
- 37
- 149
- 111
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16539 แบบที่สอง
- 16539
- 3
- 5513
- 37
- 149
ดังนั้น 16539 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16539 =
3 x 37 x 149
2. การแยกตัวประกอบของ 16539 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16539 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16539 นั้นก็คือ 3, 37, 149 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16539
3)1653937)5513149)1491ดังนั้น 16539 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16539 = 3 x 37 x 149วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16539
1แยกตัวประกอบของ 16539 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 371 x 14912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 149 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16539 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16539 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16539 นั้นก็คือ 3, 37, 149 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16539
3
)16539
37
)5513
149
)149
1
ดังนั้น 16539 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16539 = 3 x 37 x 149
1แยกตัวประกอบของ 16539 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 371 x 1491
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 37 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 149 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16539 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16539 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
