ตัวประกอบของ 16537 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16537
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16537 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16537 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 16537 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16537 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16537 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 23, 719, 16537
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16537 ÷ 1 | = | 16537 | เหลือเศษ 0 |
| 16537 ÷ 23 | = | 719 | เหลือเศษ 0 |
| 16537 ÷ 719 | = | 23 | เหลือเศษ 0 |
| 16537 ÷ 16537 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16537
| 1 x 16537 | = | 16537 |
| 23 x 719 | = | 16537 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16537
1 + 23 + 719 + 16537 = 17280
▶ ตัวประกอบของ 16537 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
23, 719
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16537 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16537 = 23 x 719
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16537 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16537 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16537 มา 1 คู่ เช่น 23 x 719
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16537
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16537
- 16537
- 23
- 719
ดังนั้น 16537 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16537 =
23 x 719
2. การแยกตัวประกอบของ 16537 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16537 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16537 นั้นก็คือ 23, 719 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16537
23)16537719)7191ดังนั้น 16537 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16537 = 23 x 719วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16537
1แยกตัวประกอบของ 16537 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 231 x 71912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 719 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16537 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16537 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16537 นั้นก็คือ 23, 719 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16537
23
)16537
719
)719
1
ดังนั้น 16537 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16537 = 23 x 719
1แยกตัวประกอบของ 16537 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 231 x 7191
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 23 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 719 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16537 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16537 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
