ตัวประกอบของ 16497 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16497
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16497 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16497 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16497 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16497 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16497 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 9, 13, 27, 39, 47, 117, 141, 351, 423, 611, 1269, 1833, 5499, 16497
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16497 ÷ 1 | = | 16497 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 3 | = | 5499 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 9 | = | 1833 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 13 | = | 1269 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 27 | = | 611 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 39 | = | 423 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 47 | = | 351 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 117 | = | 141 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 141 | = | 117 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 351 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 423 | = | 39 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 611 | = | 27 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 1269 | = | 13 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 1833 | = | 9 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 5499 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 16497 ÷ 16497 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16497
| 1 x 16497 | = | 16497 |
| 3 x 5499 | = | 16497 |
| 9 x 1833 | = | 16497 |
| 13 x 1269 | = | 16497 |
| 27 x 611 | = | 16497 |
| 39 x 423 | = | 16497 |
| 47 x 351 | = | 16497 |
| 117 x 141 | = | 16497 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16497
1 + 3 + 9 + 13 + 27 + 39 + 47 + 117 + 141 + 351 + 423 + 611 + 1269 + 1833 + 5499 + 16497 = 26880
▶ ตัวประกอบของ 16497 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 13, 47
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16497 = 3 x 3 x 3 x 13 x 47
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16497 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16497 = 33 x 13 x 47
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16497 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16497 = 33 x 13 x 47
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16497 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16497 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16497 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5499
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16497
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16497 แบบที่หนึ่ง
- 16497
- 117
- 9
- 3
- 3
- 13
- 9
- 141
- 3
- 47
- 117
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16497 แบบที่สอง
- 16497
- 3
- 5499
- 3
- 1833
- 3
- 611
- 13
- 47
ดังนั้น 16497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16497 =
3 x 3 x 3 x 13 x 47
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16497 =
33 x 13 x 47 หรือ 33 x 131 x 471
2. การแยกตัวประกอบของ 16497 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16497 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16497 นั้นก็คือ 3, 13, 47 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16497
3)164973)54993)183313)61147)471ดังนั้น 16497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16497 = 3 x 3 x 3 x 13 x 47หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง16497 = 33 x 13 x 47 หรือ 33 x 131 x 471วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16497
1แยกตัวประกอบของ 16497 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 131 x 4712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16497 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16497 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16497 นั้นก็คือ 3, 13, 47 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16497
3
)16497
3
)5499
3
)1833
13
)611
47
)47
1
ดังนั้น 16497 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16497 = 3 x 3 x 3 x 13 x 47
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16497 = 33 x 13 x 47 หรือ 33 x 131 x 471
1แยกตัวประกอบของ 16497 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 131 x 471
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
- 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16497 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16497 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
