ตัวประกอบของ 16496 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16496
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 16496 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 16496 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 16496 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 16496 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 16496 มีทั้งหมด 10 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 1031, 2062, 4124, 8248, 16496
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 16496 ÷ 1 | = | 16496 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 2 | = | 8248 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 4 | = | 4124 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 8 | = | 2062 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 16 | = | 1031 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 1031 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 2062 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 4124 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 8248 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 16496 ÷ 16496 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16496
| 1 x 16496 | = | 16496 |
| 2 x 8248 | = | 16496 |
| 4 x 4124 | = | 16496 |
| 8 x 2062 | = | 16496 |
| 16 x 1031 | = | 16496 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16496
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 1031 + 2062 + 4124 + 8248 + 16496 = 31992
▶ ตัวประกอบของ 16496 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 1031
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 16496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16496 = 2 x 2 x 2 x 2 x 1031
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16496 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16496 = 24 x 1031
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16496 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16496 = 24 x 1031
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 16496 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16496 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16496 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8248
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16496
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16496 แบบที่หนึ่ง
- 16496
- 16
- 4
- 2
- 2
- 4
- 2
- 2
- 4
- 1031
- 16
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16496 แบบที่สอง
- 16496
- 2
- 8248
- 2
- 4124
- 2
- 2062
- 2
- 1031
ดังนั้น 16496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16496 =
2 x 2 x 2 x 2 x 1031
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16496 =
24 x 1031 หรือ 24 x 10311
2. การแยกตัวประกอบของ 16496 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 16496 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16496 นั้นก็คือ 2, 1031 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16496
2)164962)82482)41242)20621031)10311ดังนั้น 16496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้16496 = 2 x 2 x 2 x 2 x 1031หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง16496 = 24 x 1031 หรือ 24 x 10311วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16496
1แยกตัวประกอบของ 16496 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 103112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 1031 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 = 10✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16496 มีทั้งหมด 10 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 16496 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16496 นั้นก็คือ 2, 1031 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16496
2
)16496
2
)8248
2
)4124
2
)2062
1031
)1031
1
ดังนั้น 16496 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16496 = 2 x 2 x 2 x 2 x 1031
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16496 = 24 x 1031 หรือ 24 x 10311
1แยกตัวประกอบของ 16496 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 10311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 1031 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 = 10✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16496 มีทั้งหมด 10 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16496 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
