โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16393 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16393

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16393 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16393 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 13, 97, 169, 1261, 16393
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16393 ÷ 1=16393เหลือเศษ 0
16393 ÷ 13=1261เหลือเศษ 0
16393 ÷ 97=169เหลือเศษ 0
16393 ÷ 169=97เหลือเศษ 0
16393 ÷ 1261=13เหลือเศษ 0
16393 ÷ 16393=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16393
1 x 16393
13 x 1261
97 x 169
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16393
1 + 13 + 97 + 169 + 1261 + 16393 = 17934
ตัวประกอบของ 16393 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
13, 97
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16393 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16393 = 13 x 13 x 97
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16393 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16393 = 132 x 97
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16393 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16393 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16393 มา 1 คู่ เช่น 13 x 1261
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16393
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16393 แบบที่หนึ่ง
  • 16393
    • 97
    • 169
      • 13
      • 13

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16393 แบบที่สอง
  • 16393
    • 13
    • 1261
      • 13
      • 97
ดังนั้น 16393 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16393 = 13 x 13 x 97
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16393 = 132 x 97 หรือ 132 x 971

2. การแยกตัวประกอบของ 16393 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16393 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16393 นั้นก็คือ 13, 97 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16393

13
)16393
13
)1261
97
)97
1
ดังนั้น 16393 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16393 = 13 x 13 x 97
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16393 = 132 x 97 หรือ 132 x 971

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16393

1แยกตัวประกอบของ 16393 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 132 x 971
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 97 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16393 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16393 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇