โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16392 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16392

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16392 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16392 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 683, 1366, 2049, 2732, 4098, 5464, 8196, 16392
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16392 ÷ 1=16392เหลือเศษ 0
16392 ÷ 2=8196เหลือเศษ 0
16392 ÷ 3=5464เหลือเศษ 0
16392 ÷ 4=4098เหลือเศษ 0
16392 ÷ 6=2732เหลือเศษ 0
16392 ÷ 8=2049เหลือเศษ 0
16392 ÷ 12=1366เหลือเศษ 0
16392 ÷ 24=683เหลือเศษ 0
16392 ÷ 683=24เหลือเศษ 0
16392 ÷ 1366=12เหลือเศษ 0
16392 ÷ 2049=8เหลือเศษ 0
16392 ÷ 2732=6เหลือเศษ 0
16392 ÷ 4098=4เหลือเศษ 0
16392 ÷ 5464=3เหลือเศษ 0
16392 ÷ 8196=2เหลือเศษ 0
16392 ÷ 16392=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16392
1 x 16392
2 x 8196
3 x 5464
4 x 4098
6 x 2732
8 x 2049
12 x 1366
24 x 683
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16392
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 683 + 1366 + 2049 + 2732 + 4098 + 5464 + 8196 + 16392 = 41040
ตัวประกอบของ 16392 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 683
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16392 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16392 = 2 x 2 x 2 x 3 x 683
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16392 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16392 = 23 x 3 x 683
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16392 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16392 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16392 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8196
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16392
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16392 แบบที่หนึ่ง
  • 16392
    • 24
      • 4
        • 2
        • 2
      • 6
        • 2
        • 3
    • 683

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16392 แบบที่สอง
  • 16392
    • 2
    • 8196
      • 2
      • 4098
        • 2
        • 2049
          • 3
          • 683
ดังนั้น 16392 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16392 = 2 x 2 x 2 x 3 x 683
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16392 = 23 x 3 x 683 หรือ 23 x 31 x 6831

2. การแยกตัวประกอบของ 16392 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16392 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16392 นั้นก็คือ 2, 3, 683 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16392

2
)16392
2
)8196
2
)4098
3
)2049
683
)683
1
ดังนั้น 16392 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16392 = 2 x 2 x 2 x 3 x 683
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16392 = 23 x 3 x 683 หรือ 23 x 31 x 6831

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16392

1แยกตัวประกอบของ 16392 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 6831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 683 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16392 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16392 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇