โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16256 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16256

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16256 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16256 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 32, 64, 127, 128, 254, 508, 1016, 2032, 4064, 8128, 16256
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16256 ÷ 1=16256เหลือเศษ 0
16256 ÷ 2=8128เหลือเศษ 0
16256 ÷ 4=4064เหลือเศษ 0
16256 ÷ 8=2032เหลือเศษ 0
16256 ÷ 16=1016เหลือเศษ 0
16256 ÷ 32=508เหลือเศษ 0
16256 ÷ 64=254เหลือเศษ 0
16256 ÷ 127=128เหลือเศษ 0
16256 ÷ 128=127เหลือเศษ 0
16256 ÷ 254=64เหลือเศษ 0
16256 ÷ 508=32เหลือเศษ 0
16256 ÷ 1016=16เหลือเศษ 0
16256 ÷ 2032=8เหลือเศษ 0
16256 ÷ 4064=4เหลือเศษ 0
16256 ÷ 8128=2เหลือเศษ 0
16256 ÷ 16256=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16256
1 x 16256
2 x 8128
4 x 4064
8 x 2032
16 x 1016
32 x 508
64 x 254
127 x 128
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16256
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 32 + 64 + 127 + 128 + 254 + 508 + 1016 + 2032 + 4064 + 8128 + 16256 = 32640
ตัวประกอบของ 16256 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 127
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16256 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 127
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16256 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16256 = 27 x 127
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16256 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16256 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16256 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8128
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16256
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16256 แบบที่หนึ่ง
  • 16256
    • 127
    • 128
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 16
        • 4
          • 2
          • 2
        • 4
          • 2
          • 2

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16256 แบบที่สอง
  • 16256
    • 2
    • 8128
      • 2
      • 4064
        • 2
        • 2032
          • 2
          • 1016
            • 2
            • 508
              • 2
              • 254
                • 2
                • 127
ดังนั้น 16256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16256 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 127
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16256 = 27 x 127 หรือ 27 x 1271

2. การแยกตัวประกอบของ 16256 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16256 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16256 นั้นก็คือ 2, 127 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16256

2
)16256
2
)8128
2
)4064
2
)2032
2
)1016
2
)508
2
)254
127
)127
1
ดังนั้น 16256 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16256 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 127
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16256 = 27 x 127 หรือ 27 x 1271

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16256

1แยกตัวประกอบของ 16256 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 27 x 1271
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 7 ให้เอา 7 + 1 = 8
  • 👉 127 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 8 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16256 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16256 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇