โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 16264 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 16264

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 16264 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 16264 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 19, 38, 76, 107, 152, 214, 428, 856, 2033, 4066, 8132, 16264
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
16264 ÷ 1=16264เหลือเศษ 0
16264 ÷ 2=8132เหลือเศษ 0
16264 ÷ 4=4066เหลือเศษ 0
16264 ÷ 8=2033เหลือเศษ 0
16264 ÷ 19=856เหลือเศษ 0
16264 ÷ 38=428เหลือเศษ 0
16264 ÷ 76=214เหลือเศษ 0
16264 ÷ 107=152เหลือเศษ 0
16264 ÷ 152=107เหลือเศษ 0
16264 ÷ 214=76เหลือเศษ 0
16264 ÷ 428=38เหลือเศษ 0
16264 ÷ 856=19เหลือเศษ 0
16264 ÷ 2033=8เหลือเศษ 0
16264 ÷ 4066=4เหลือเศษ 0
16264 ÷ 8132=2เหลือเศษ 0
16264 ÷ 16264=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 16264
1 x 16264
2 x 8132
4 x 4066
8 x 2033
19 x 856
38 x 428
76 x 214
107 x 152
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 16264
1 + 2 + 4 + 8 + 19 + 38 + 76 + 107 + 152 + 214 + 428 + 856 + 2033 + 4066 + 8132 + 16264 = 32400
ตัวประกอบของ 16264 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 19, 107
การแยกตัวประกอบคืออะไร

16264 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

16264 = 2 x 2 x 2 x 19 x 107
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 16264 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
16264 = 23 x 19 x 107
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 16264 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 16264 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 16264 มา 1 คู่ เช่น 2 x 8132
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16264
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16264 แบบที่หนึ่ง
  • 16264
    • 107
    • 152
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 19

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 16264 แบบที่สอง
  • 16264
    • 2
    • 8132
      • 2
      • 4066
        • 2
        • 2033
          • 19
          • 107
ดังนั้น 16264 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16264 = 2 x 2 x 2 x 19 x 107
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16264 = 23 x 19 x 107 หรือ 23 x 191 x 1071

2. การแยกตัวประกอบของ 16264 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 16264 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 16264 นั้นก็คือ 2, 19, 107 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 16264

2
)16264
2
)8132
2
)4066
19
)2033
107
)107
1
ดังนั้น 16264 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
16264 = 2 x 2 x 2 x 19 x 107
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
16264 = 23 x 19 x 107 หรือ 23 x 191 x 1071

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 16264

1แยกตัวประกอบของ 16264 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 191 x 1071
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 107 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 16264 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 16264 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇