โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 15237 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 15237

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 15237 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 15237 มีทั้งหมด 6 ตัวคือ 1, 3, 9, 1693, 5079, 15237
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
15237 ÷ 1=15237เหลือเศษ 0
15237 ÷ 3=5079เหลือเศษ 0
15237 ÷ 9=1693เหลือเศษ 0
15237 ÷ 1693=9เหลือเศษ 0
15237 ÷ 5079=3เหลือเศษ 0
15237 ÷ 15237=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 15237
1 x 15237
3 x 5079
9 x 1693
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 15237
1 + 3 + 9 + 1693 + 5079 + 15237 = 22022
ตัวประกอบของ 15237 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
3, 1693
การแยกตัวประกอบคืออะไร

15237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

15237 = 3 x 3 x 1693
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 15237 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
15237 = 32 x 1693
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 15237 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 15237 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 15237 มา 1 คู่ เช่น 3 x 5079
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 15237
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 15237 แบบที่หนึ่ง
  • 15237
    • 9
      • 3
      • 3
    • 1693

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 15237 แบบที่สอง
  • 15237
    • 3
    • 5079
      • 3
      • 1693
ดังนั้น 15237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
15237 = 3 x 3 x 1693
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
15237 = 32 x 1693 หรือ 32 x 16931

2. การแยกตัวประกอบของ 15237 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 15237 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 15237 นั้นก็คือ 3, 1693 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 15237

3
)15237
3
)5079
1693
)1693
1
ดังนั้น 15237 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
15237 = 3 x 3 x 1693
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
15237 = 32 x 1693 หรือ 32 x 16931

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 15237

1แยกตัวประกอบของ 15237 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 16931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1693 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 = 6
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 15237 มีทั้งหมด 6 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 15237 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇