โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 14232 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 14232

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 14232 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 14232 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 593, 1186, 1779, 2372, 3558, 4744, 7116, 14232
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
14232 ÷ 1=14232เหลือเศษ 0
14232 ÷ 2=7116เหลือเศษ 0
14232 ÷ 3=4744เหลือเศษ 0
14232 ÷ 4=3558เหลือเศษ 0
14232 ÷ 6=2372เหลือเศษ 0
14232 ÷ 8=1779เหลือเศษ 0
14232 ÷ 12=1186เหลือเศษ 0
14232 ÷ 24=593เหลือเศษ 0
14232 ÷ 593=24เหลือเศษ 0
14232 ÷ 1186=12เหลือเศษ 0
14232 ÷ 1779=8เหลือเศษ 0
14232 ÷ 2372=6เหลือเศษ 0
14232 ÷ 3558=4เหลือเศษ 0
14232 ÷ 4744=3เหลือเศษ 0
14232 ÷ 7116=2เหลือเศษ 0
14232 ÷ 14232=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 14232
1 x 14232
2 x 7116
3 x 4744
4 x 3558
6 x 2372
8 x 1779
12 x 1186
24 x 593
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 14232
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 593 + 1186 + 1779 + 2372 + 3558 + 4744 + 7116 + 14232 = 35640
ตัวประกอบของ 14232 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 593
การแยกตัวประกอบคืออะไร

14232 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

14232 = 2 x 2 x 2 x 3 x 593
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 14232 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
14232 = 23 x 3 x 593
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 14232 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 14232 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 14232 มา 1 คู่ เช่น 2 x 7116
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 14232
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 14232 แบบที่หนึ่ง
  • 14232
    • 24
      • 4
        • 2
        • 2
      • 6
        • 2
        • 3
    • 593

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 14232 แบบที่สอง
  • 14232
    • 2
    • 7116
      • 2
      • 3558
        • 2
        • 1779
          • 3
          • 593
ดังนั้น 14232 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
14232 = 2 x 2 x 2 x 3 x 593
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
14232 = 23 x 3 x 593 หรือ 23 x 31 x 5931

2. การแยกตัวประกอบของ 14232 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 14232 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 14232 นั้นก็คือ 2, 3, 593 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 14232

2
)14232
2
)7116
2
)3558
3
)1779
593
)593
1
ดังนั้น 14232 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
14232 = 2 x 2 x 2 x 3 x 593
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
14232 = 23 x 3 x 593 หรือ 23 x 31 x 5931

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 14232

1แยกตัวประกอบของ 14232 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 5931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 593 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 14232 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 14232 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇