โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13636 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13636

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13636 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13636 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 14, 28, 487, 974, 1948, 3409, 6818, 13636
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13636 ÷ 1=13636เหลือเศษ 0
13636 ÷ 2=6818เหลือเศษ 0
13636 ÷ 4=3409เหลือเศษ 0
13636 ÷ 7=1948เหลือเศษ 0
13636 ÷ 14=974เหลือเศษ 0
13636 ÷ 28=487เหลือเศษ 0
13636 ÷ 487=28เหลือเศษ 0
13636 ÷ 974=14เหลือเศษ 0
13636 ÷ 1948=7เหลือเศษ 0
13636 ÷ 3409=4เหลือเศษ 0
13636 ÷ 6818=2เหลือเศษ 0
13636 ÷ 13636=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13636
1 x 13636
2 x 6818
4 x 3409
7 x 1948
14 x 974
28 x 487
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13636
1 + 2 + 4 + 7 + 14 + 28 + 487 + 974 + 1948 + 3409 + 6818 + 13636 = 27328
ตัวประกอบของ 13636 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 487
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13636 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13636 = 2 x 2 x 7 x 487
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13636 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13636 = 22 x 7 x 487
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13636 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13636 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13636 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6818
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13636
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13636 แบบที่หนึ่ง
  • 13636
    • 28
      • 4
        • 2
        • 2
      • 7
    • 487

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13636 แบบที่สอง
  • 13636
    • 2
    • 6818
      • 2
      • 3409
        • 7
        • 487
ดังนั้น 13636 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13636 = 2 x 2 x 7 x 487
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13636 = 22 x 7 x 487 หรือ 22 x 71 x 4871

2. การแยกตัวประกอบของ 13636 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13636 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13636 นั้นก็คือ 2, 7, 487 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13636

2
)13636
2
)6818
7
)3409
487
)487
1
ดังนั้น 13636 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13636 = 2 x 2 x 7 x 487
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13636 = 22 x 7 x 487 หรือ 22 x 71 x 4871

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13636

1แยกตัวประกอบของ 13636 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 22 x 71 x 4871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 487 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13636 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13636 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇