โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13384 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13384

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13384 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13384 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 239, 478, 956, 1673, 1912, 3346, 6692, 13384
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13384 ÷ 1=13384เหลือเศษ 0
13384 ÷ 2=6692เหลือเศษ 0
13384 ÷ 4=3346เหลือเศษ 0
13384 ÷ 7=1912เหลือเศษ 0
13384 ÷ 8=1673เหลือเศษ 0
13384 ÷ 14=956เหลือเศษ 0
13384 ÷ 28=478เหลือเศษ 0
13384 ÷ 56=239เหลือเศษ 0
13384 ÷ 239=56เหลือเศษ 0
13384 ÷ 478=28เหลือเศษ 0
13384 ÷ 956=14เหลือเศษ 0
13384 ÷ 1673=8เหลือเศษ 0
13384 ÷ 1912=7เหลือเศษ 0
13384 ÷ 3346=4เหลือเศษ 0
13384 ÷ 6692=2เหลือเศษ 0
13384 ÷ 13384=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13384
1 x 13384
2 x 6692
4 x 3346
7 x 1912
8 x 1673
14 x 956
28 x 478
56 x 239
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13384
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 239 + 478 + 956 + 1673 + 1912 + 3346 + 6692 + 13384 = 28800
ตัวประกอบของ 13384 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 239
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13384 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13384 = 2 x 2 x 2 x 7 x 239
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13384 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13384 = 23 x 7 x 239
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13384 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13384 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13384 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6692
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13384
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13384 แบบที่หนึ่ง
  • 13384
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 239

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13384 แบบที่สอง
  • 13384
    • 2
    • 6692
      • 2
      • 3346
        • 2
        • 1673
          • 7
          • 239
ดังนั้น 13384 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13384 = 2 x 2 x 2 x 7 x 239
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13384 = 23 x 7 x 239 หรือ 23 x 71 x 2391

2. การแยกตัวประกอบของ 13384 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13384 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13384 นั้นก็คือ 2, 7, 239 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13384

2
)13384
2
)6692
2
)3346
7
)1673
239
)239
1
ดังนั้น 13384 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13384 = 2 x 2 x 2 x 7 x 239
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13384 = 23 x 7 x 239 หรือ 23 x 71 x 2391

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13384

1แยกตัวประกอบของ 13384 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 2391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 239 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13384 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13384 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇