โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13377 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13377

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13377 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13377 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 7, 13, 21, 39, 49, 91, 147, 273, 343, 637, 1029, 1911, 4459, 13377
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13377 ÷ 1=13377เหลือเศษ 0
13377 ÷ 3=4459เหลือเศษ 0
13377 ÷ 7=1911เหลือเศษ 0
13377 ÷ 13=1029เหลือเศษ 0
13377 ÷ 21=637เหลือเศษ 0
13377 ÷ 39=343เหลือเศษ 0
13377 ÷ 49=273เหลือเศษ 0
13377 ÷ 91=147เหลือเศษ 0
13377 ÷ 147=91เหลือเศษ 0
13377 ÷ 273=49เหลือเศษ 0
13377 ÷ 343=39เหลือเศษ 0
13377 ÷ 637=21เหลือเศษ 0
13377 ÷ 1029=13เหลือเศษ 0
13377 ÷ 1911=7เหลือเศษ 0
13377 ÷ 4459=3เหลือเศษ 0
13377 ÷ 13377=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13377
1 x 13377
3 x 4459
7 x 1911
13 x 1029
21 x 637
39 x 343
49 x 273
91 x 147
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13377
1 + 3 + 7 + 13 + 21 + 39 + 49 + 91 + 147 + 273 + 343 + 637 + 1029 + 1911 + 4459 + 13377 = 22400
ตัวประกอบของ 13377 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 13
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13377 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13377 = 3 x 7 x 7 x 7 x 13
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13377 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13377 = 3 x 73 x 13
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13377 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13377 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13377 มา 1 คู่ เช่น 3 x 4459
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13377
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13377 แบบที่หนึ่ง
  • 13377
    • 91
      • 7
      • 13
    • 147
      • 7
      • 21
        • 3
        • 7

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13377 แบบที่สอง
  • 13377
    • 3
    • 4459
      • 7
      • 637
        • 7
        • 91
          • 7
          • 13
ดังนั้น 13377 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13377 = 3 x 7 x 7 x 7 x 13
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13377 = 3 x 73 x 13 หรือ 31 x 73 x 131

2. การแยกตัวประกอบของ 13377 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13377 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13377 นั้นก็คือ 3, 7, 13 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13377

3
)13377
7
)4459
7
)637
7
)91
13
)13
1
ดังนั้น 13377 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13377 = 3 x 7 x 7 x 7 x 13
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13377 = 3 x 73 x 13 หรือ 31 x 73 x 131

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13377

1แยกตัวประกอบของ 13377 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 73 x 131
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 13 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13377 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13377 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇