โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 13368 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 13368

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 13368 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 13368 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 4, 6, 8, 12, 24, 557, 1114, 1671, 2228, 3342, 4456, 6684, 13368
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
13368 ÷ 1=13368เหลือเศษ 0
13368 ÷ 2=6684เหลือเศษ 0
13368 ÷ 3=4456เหลือเศษ 0
13368 ÷ 4=3342เหลือเศษ 0
13368 ÷ 6=2228เหลือเศษ 0
13368 ÷ 8=1671เหลือเศษ 0
13368 ÷ 12=1114เหลือเศษ 0
13368 ÷ 24=557เหลือเศษ 0
13368 ÷ 557=24เหลือเศษ 0
13368 ÷ 1114=12เหลือเศษ 0
13368 ÷ 1671=8เหลือเศษ 0
13368 ÷ 2228=6เหลือเศษ 0
13368 ÷ 3342=4เหลือเศษ 0
13368 ÷ 4456=3เหลือเศษ 0
13368 ÷ 6684=2เหลือเศษ 0
13368 ÷ 13368=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 13368
1 x 13368
2 x 6684
3 x 4456
4 x 3342
6 x 2228
8 x 1671
12 x 1114
24 x 557
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 13368
1 + 2 + 3 + 4 + 6 + 8 + 12 + 24 + 557 + 1114 + 1671 + 2228 + 3342 + 4456 + 6684 + 13368 = 33480
ตัวประกอบของ 13368 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 557
การแยกตัวประกอบคืออะไร

13368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

13368 = 2 x 2 x 2 x 3 x 557
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 13368 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
13368 = 23 x 3 x 557
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 13368 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 13368 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 13368 มา 1 คู่ เช่น 2 x 6684
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13368
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13368 แบบที่หนึ่ง
  • 13368
    • 24
      • 4
        • 2
        • 2
      • 6
        • 2
        • 3
    • 557

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 13368 แบบที่สอง
  • 13368
    • 2
    • 6684
      • 2
      • 3342
        • 2
        • 1671
          • 3
          • 557
ดังนั้น 13368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13368 = 2 x 2 x 2 x 3 x 557
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13368 = 23 x 3 x 557 หรือ 23 x 31 x 5571

2. การแยกตัวประกอบของ 13368 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 13368 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 13368 นั้นก็คือ 2, 3, 557 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 13368

2
)13368
2
)6684
2
)3342
3
)1671
557
)557
1
ดังนั้น 13368 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
13368 = 2 x 2 x 2 x 3 x 557
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
13368 = 23 x 3 x 557 หรือ 23 x 31 x 5571

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 13368

1แยกตัวประกอบของ 13368 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 31 x 5571
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 557 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 13368 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 13368 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇