โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 1026 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 1026

คำนิยาม
▶

ตัวประกอบของ 1026 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 1026 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 19, 27, 38, 54, 57, 114, 171, 342, 513, 1026
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
1026 ÷ 1=1026เหลือเศษ 0
1026 ÷ 2=513เหลือเศษ 0
1026 ÷ 3=342เหลือเศษ 0
1026 ÷ 6=171เหลือเศษ 0
1026 ÷ 9=114เหลือเศษ 0
1026 ÷ 18=57เหลือเศษ 0
1026 ÷ 19=54เหลือเศษ 0
1026 ÷ 27=38เหลือเศษ 0
1026 ÷ 38=27เหลือเศษ 0
1026 ÷ 54=19เหลือเศษ 0
1026 ÷ 57=18เหลือเศษ 0
1026 ÷ 114=9เหลือเศษ 0
1026 ÷ 171=6เหลือเศษ 0
1026 ÷ 342=3เหลือเศษ 0
1026 ÷ 513=2เหลือเศษ 0
1026 ÷ 1026=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 1026
1 x 1026
2 x 513
3 x 342
6 x 171
9 x 114
18 x 57
19 x 54
27 x 38
▶
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 1026
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 19 + 27 + 38 + 54 + 57 + 114 + 171 + 342 + 513 + 1026 = 2400
▶
ตัวประกอบของ 1026 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 19
การแยกตัวประกอบคืออะไร
▶

1026 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

1026 = 2 x 3 x 3 x 3 x 19
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 1026 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
1026 = 2 x 33 x 19
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 1026 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 1026 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 1026 มา 1 คู่ เช่น 2 x 513
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 1026
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 1026 แบบที่หนึ่ง
  • 1026
    • 27
      • 3
      • 9
        • 3
        • 3
    • 38
      • 2
      • 19

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 1026 แบบที่สอง
  • 1026
    • 2
    • 513
      • 3
      • 171
        • 3
        • 57
          • 3
          • 19
ดังนั้น 1026 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
1026 = 2 x 3 x 3 x 3 x 19
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
1026 = 2 x 33 x 19 หรือ 21 x 33 x 191

2. การแยกตัวประกอบของ 1026 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 1026 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 1026 นั้นก็คือ 2, 3, 19 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 1026

2
)1026
3
)513
3
)171
3
)57
19
)19
1
ดังนั้น 1026 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
1026 = 2 x 3 x 3 x 3 x 19
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
1026 = 2 x 33 x 19 หรือ 21 x 33 x 191

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 1026

1แยกตัวประกอบของ 1026 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 33 x 191
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 19 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 4 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 1026 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 1026 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇