ตัวประกอบของ 83216 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 83216
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 83216 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 83216 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 83216 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 83216 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 83216 มีทั้งหมด 20 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 16, 28, 56, 112, 743, 1486, 2972, 5201, 5944, 10402, 11888, 20804, 41608, 83216
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 83216 ÷ 1 | = | 83216 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 2 | = | 41608 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 4 | = | 20804 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 7 | = | 11888 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 8 | = | 10402 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 14 | = | 5944 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 16 | = | 5201 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 28 | = | 2972 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 56 | = | 1486 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 112 | = | 743 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 743 | = | 112 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 1486 | = | 56 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 2972 | = | 28 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 5201 | = | 16 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 5944 | = | 14 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 10402 | = | 8 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 11888 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 20804 | = | 4 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 41608 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 83216 ÷ 83216 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 83216
| 1 x 83216 | = | 83216 |
| 2 x 41608 | = | 83216 |
| 4 x 20804 | = | 83216 |
| 7 x 11888 | = | 83216 |
| 8 x 10402 | = | 83216 |
| 14 x 5944 | = | 83216 |
| 16 x 5201 | = | 83216 |
| 28 x 2972 | = | 83216 |
| 56 x 1486 | = | 83216 |
| 112 x 743 | = | 83216 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 83216
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 16 + 28 + 56 + 112 + 743 + 1486 + 2972 + 5201 + 5944 + 10402 + 11888 + 20804 + 41608 + 83216 = 184512
▶ ตัวประกอบของ 83216 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 743
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 83216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
83216 = 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 743
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 83216 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
83216 = 24 x 7 x 743
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 83216 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
83216 = 24 x 7 x 743
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 83216 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 83216 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 83216 มา 1 คู่ เช่น 2 x 41608
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 83216
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 83216 แบบที่หนึ่ง
- 83216
- 112
- 8
- 2
- 4
- 2
- 2
- 14
- 2
- 7
- 8
- 743
- 112
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 83216 แบบที่สอง
- 83216
- 2
- 41608
- 2
- 20804
- 2
- 10402
- 2
- 5201
- 7
- 743
ดังนั้น 83216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
83216 =
2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 743
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
83216 =
24 x 7 x 743 หรือ 24 x 71 x 7431
2. การแยกตัวประกอบของ 83216 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 83216 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 83216 นั้นก็คือ 2, 7, 743 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 83216
2)832162)416082)208042)104027)5201743)7431ดังนั้น 83216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้83216 = 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 743หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง83216 = 24 x 7 x 743 หรือ 24 x 71 x 7431วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 83216
1แยกตัวประกอบของ 83216 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 71 x 74312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 743 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 83216 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 83216 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 83216 นั้นก็คือ 2, 7, 743 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 83216
2
)83216
2
)41608
2
)20804
2
)10402
7
)5201
743
)743
1
ดังนั้น 83216 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
83216 = 2 x 2 x 2 x 2 x 7 x 743
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
83216 = 24 x 7 x 743 หรือ 24 x 71 x 7431
1แยกตัวประกอบของ 83216 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 24 x 71 x 7431
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 4 ให้เอา 4 + 1 = 5
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 743 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 5 x 2 x 2 = 20✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 83216 มีทั้งหมด 20 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 83216 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
