ตัวประกอบของ 51465 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 51465
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 51465 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 51465 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 51465 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 51465 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 51465 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 5, 15, 47, 73, 141, 219, 235, 365, 705, 1095, 3431, 10293, 17155, 51465
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 51465 ÷ 1 | = | 51465 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 3 | = | 17155 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 5 | = | 10293 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 15 | = | 3431 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 47 | = | 1095 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 73 | = | 705 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 141 | = | 365 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 219 | = | 235 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 235 | = | 219 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 365 | = | 141 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 705 | = | 73 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 1095 | = | 47 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 3431 | = | 15 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 10293 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 17155 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 51465 ÷ 51465 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 51465
| 1 x 51465 | = | 51465 |
| 3 x 17155 | = | 51465 |
| 5 x 10293 | = | 51465 |
| 15 x 3431 | = | 51465 |
| 47 x 1095 | = | 51465 |
| 73 x 705 | = | 51465 |
| 141 x 365 | = | 51465 |
| 219 x 235 | = | 51465 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 51465
1 + 3 + 5 + 15 + 47 + 73 + 141 + 219 + 235 + 365 + 705 + 1095 + 3431 + 10293 + 17155 + 51465 = 85248
▶ ตัวประกอบของ 51465 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 4 ตัวดังนี้
3, 5, 47, 73
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 51465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51465 = 3 x 5 x 47 x 73
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 51465 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 51465 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 51465 มา 1 คู่ เช่น 3 x 17155
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51465
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51465 แบบที่หนึ่ง
- 51465
- 219
- 3
- 73
- 235
- 5
- 47
- 219
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 51465 แบบที่สอง
- 51465
- 3
- 17155
- 5
- 3431
- 47
- 73
ดังนั้น 51465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51465 =
3 x 5 x 47 x 73
2. การแยกตัวประกอบของ 51465 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 51465 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51465 นั้นก็คือ 3, 5, 47, 73 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51465
3)514655)1715547)343173)731ดังนั้น 51465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้51465 = 3 x 5 x 47 x 73วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 51465
1แยกตัวประกอบของ 51465 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 471 x 7312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51465 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 51465 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 51465 นั้นก็คือ 3, 5, 47, 73 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 51465
3
)51465
5
)17155
47
)3431
73
)73
1
ดังนั้น 51465 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
51465 = 3 x 5 x 47 x 73
1แยกตัวประกอบของ 51465 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 471 x 731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 47 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 73 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 x 2 = 16✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 51465 มีทั้งหมด 16 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 51465 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
