ตัวประกอบของ 48522 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48522
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48522 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48522 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48522 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48522 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48522 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 8087, 16174, 24261, 48522
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48522 ÷ 1 | = | 48522 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 2 | = | 24261 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 3 | = | 16174 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 6 | = | 8087 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 8087 | = | 6 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 16174 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 24261 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 48522 ÷ 48522 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48522
| 1 x 48522 | = | 48522 |
| 2 x 24261 | = | 48522 |
| 3 x 16174 | = | 48522 |
| 6 x 8087 | = | 48522 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48522
1 + 2 + 3 + 6 + 8087 + 16174 + 24261 + 48522 = 97056
▶ ตัวประกอบของ 48522 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 8087
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48522 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48522 = 2 x 3 x 8087
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48522 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48522 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48522 มา 1 คู่ เช่น 2 x 24261
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48522
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48522 แบบที่หนึ่ง
- 48522
- 6
- 2
- 3
- 8087
- 6
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48522 แบบที่สอง
- 48522
- 2
- 24261
- 3
- 8087
ดังนั้น 48522 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48522 =
2 x 3 x 8087
2. การแยกตัวประกอบของ 48522 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48522 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48522 นั้นก็คือ 2, 3, 8087 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48522
2)485223)242618087)80871ดังนั้น 48522 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48522 = 2 x 3 x 8087วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48522
1แยกตัวประกอบของ 48522 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 808712ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8087 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48522 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48522 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48522 นั้นก็คือ 2, 3, 8087 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48522
2
)48522
3
)24261
8087
)8087
1
ดังนั้น 48522 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48522 = 2 x 3 x 8087
1แยกตัวประกอบของ 48522 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 31 x 80871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 8087 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48522 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48522 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
