ตัวประกอบของ 48517 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 48517
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 48517 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 48517 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 48517 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 48517 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 48517 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 7, 29, 203, 239, 1673, 6931, 48517
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 48517 ÷ 1 | = | 48517 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 7 | = | 6931 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 29 | = | 1673 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 203 | = | 239 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 239 | = | 203 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 1673 | = | 29 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 6931 | = | 7 | เหลือเศษ 0 |
| 48517 ÷ 48517 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 48517
| 1 x 48517 | = | 48517 |
| 7 x 6931 | = | 48517 |
| 29 x 1673 | = | 48517 |
| 203 x 239 | = | 48517 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 48517
1 + 7 + 29 + 203 + 239 + 1673 + 6931 + 48517 = 57600
▶ ตัวประกอบของ 48517 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
7, 29, 239
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 48517 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48517 = 7 x 29 x 239
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 48517 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 48517 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 48517 มา 1 คู่ เช่น 7 x 6931
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48517
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48517 แบบที่หนึ่ง
- 48517
- 203
- 7
- 29
- 239
- 203
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 48517 แบบที่สอง
- 48517
- 7
- 6931
- 29
- 239
ดังนั้น 48517 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48517 =
7 x 29 x 239
2. การแยกตัวประกอบของ 48517 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 48517 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48517 นั้นก็คือ 7, 29, 239 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48517
7)4851729)6931239)2391ดังนั้น 48517 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้48517 = 7 x 29 x 239วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 48517
1แยกตัวประกอบของ 48517 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 291 x 23912ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 239 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48517 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 48517 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 48517 นั้นก็คือ 7, 29, 239 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 48517
7
)48517
29
)6931
239
)239
1
ดังนั้น 48517 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
48517 = 7 x 29 x 239
1แยกตัวประกอบของ 48517 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 71 x 291 x 2391
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 29 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 239 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 48517 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 48517 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
