ตัวประกอบของ 47830 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 47830
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 47830 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 47830 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 47830 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 47830 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 47830 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 2, 5, 10, 4783, 9566, 23915, 47830
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 47830 ÷ 1 | = | 47830 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 2 | = | 23915 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 5 | = | 9566 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 10 | = | 4783 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 4783 | = | 10 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 9566 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 23915 | = | 2 | เหลือเศษ 0 |
| 47830 ÷ 47830 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 47830
| 1 x 47830 | = | 47830 |
| 2 x 23915 | = | 47830 |
| 5 x 9566 | = | 47830 |
| 10 x 4783 | = | 47830 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 47830
1 + 2 + 5 + 10 + 4783 + 9566 + 23915 + 47830 = 86112
▶ ตัวประกอบของ 47830 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 5, 4783
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 47830 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47830 = 2 x 5 x 4783
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 47830 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 47830 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 47830 มา 1 คู่ เช่น 2 x 23915
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47830
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 47830 แบบที่หนึ่ง
- 47830
- 10
- 2
- 5
- 4783
- 10
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 47830 แบบที่สอง
- 47830
- 2
- 23915
- 5
- 4783
ดังนั้น 47830 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47830 =
2 x 5 x 4783
2. การแยกตัวประกอบของ 47830 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 47830 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 47830 นั้นก็คือ 2, 5, 4783 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47830
2)478305)239154783)47831ดังนั้น 47830 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้47830 = 2 x 5 x 4783วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 47830
1แยกตัวประกอบของ 47830 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 478312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4783 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 47830 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 47830 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 47830 นั้นก็คือ 2, 5, 4783 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 47830
2
)47830
5
)23915
4783
)4783
1
ดังนั้น 47830 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
47830 = 2 x 5 x 4783
1แยกตัวประกอบของ 47830 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 51 x 47831
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 4783 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 47830 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 47830 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
