โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 33656 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 33656

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 33656 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 33656 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 2, 4, 7, 8, 14, 28, 56, 601, 1202, 2404, 4207, 4808, 8414, 16828, 33656
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
33656 ÷ 1=33656เหลือเศษ 0
33656 ÷ 2=16828เหลือเศษ 0
33656 ÷ 4=8414เหลือเศษ 0
33656 ÷ 7=4808เหลือเศษ 0
33656 ÷ 8=4207เหลือเศษ 0
33656 ÷ 14=2404เหลือเศษ 0
33656 ÷ 28=1202เหลือเศษ 0
33656 ÷ 56=601เหลือเศษ 0
33656 ÷ 601=56เหลือเศษ 0
33656 ÷ 1202=28เหลือเศษ 0
33656 ÷ 2404=14เหลือเศษ 0
33656 ÷ 4207=8เหลือเศษ 0
33656 ÷ 4808=7เหลือเศษ 0
33656 ÷ 8414=4เหลือเศษ 0
33656 ÷ 16828=2เหลือเศษ 0
33656 ÷ 33656=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 33656
1 x 33656
2 x 16828
4 x 8414
7 x 4808
8 x 4207
14 x 2404
28 x 1202
56 x 601
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 33656
1 + 2 + 4 + 7 + 8 + 14 + 28 + 56 + 601 + 1202 + 2404 + 4207 + 4808 + 8414 + 16828 + 33656 = 72240
ตัวประกอบของ 33656 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 7, 601
การแยกตัวประกอบคืออะไร

33656 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

33656 = 2 x 2 x 2 x 7 x 601
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 33656 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
33656 = 23 x 7 x 601
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 33656 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 33656 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 33656 มา 1 คู่ เช่น 2 x 16828
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33656
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33656 แบบที่หนึ่ง
  • 33656
    • 56
      • 7
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 601

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 33656 แบบที่สอง
  • 33656
    • 2
    • 16828
      • 2
      • 8414
        • 2
        • 4207
          • 7
          • 601
ดังนั้น 33656 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33656 = 2 x 2 x 2 x 7 x 601
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33656 = 23 x 7 x 601 หรือ 23 x 71 x 6011

2. การแยกตัวประกอบของ 33656 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 33656 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 33656 นั้นก็คือ 2, 7, 601 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 33656

2
)33656
2
)16828
2
)8414
7
)4207
601
)601
1
ดังนั้น 33656 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
33656 = 2 x 2 x 2 x 7 x 601
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
33656 = 23 x 7 x 601 หรือ 23 x 71 x 6011

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 33656

1แยกตัวประกอบของ 33656 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 23 x 71 x 6011
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 601 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 33656 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 33656 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇