โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 32697 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 32697

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 32697 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 32697 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 7, 9, 21, 27, 63, 173, 189, 519, 1211, 1557, 3633, 4671, 10899, 32697
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
32697 ÷ 1=32697เหลือเศษ 0
32697 ÷ 3=10899เหลือเศษ 0
32697 ÷ 7=4671เหลือเศษ 0
32697 ÷ 9=3633เหลือเศษ 0
32697 ÷ 21=1557เหลือเศษ 0
32697 ÷ 27=1211เหลือเศษ 0
32697 ÷ 63=519เหลือเศษ 0
32697 ÷ 173=189เหลือเศษ 0
32697 ÷ 189=173เหลือเศษ 0
32697 ÷ 519=63เหลือเศษ 0
32697 ÷ 1211=27เหลือเศษ 0
32697 ÷ 1557=21เหลือเศษ 0
32697 ÷ 3633=9เหลือเศษ 0
32697 ÷ 4671=7เหลือเศษ 0
32697 ÷ 10899=3เหลือเศษ 0
32697 ÷ 32697=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 32697
1 x 32697
3 x 10899
7 x 4671
9 x 3633
21 x 1557
27 x 1211
63 x 519
173 x 189
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 32697
1 + 3 + 7 + 9 + 21 + 27 + 63 + 173 + 189 + 519 + 1211 + 1557 + 3633 + 4671 + 10899 + 32697 = 55680
ตัวประกอบของ 32697 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 7, 173
การแยกตัวประกอบคืออะไร

32697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

32697 = 3 x 3 x 3 x 7 x 173
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 32697 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
32697 = 33 x 7 x 173
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 32697 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 32697 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 32697 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10899
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32697
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32697 แบบที่หนึ่ง
  • 32697
    • 173
    • 189
      • 9
        • 3
        • 3
      • 21
        • 3
        • 7

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 32697 แบบที่สอง
  • 32697
    • 3
    • 10899
      • 3
      • 3633
        • 3
        • 1211
          • 7
          • 173
ดังนั้น 32697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32697 = 3 x 3 x 3 x 7 x 173
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32697 = 33 x 7 x 173 หรือ 33 x 71 x 1731

2. การแยกตัวประกอบของ 32697 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 32697 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 32697 นั้นก็คือ 3, 7, 173 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 32697

3
)32697
3
)10899
3
)3633
7
)1211
173
)173
1
ดังนั้น 32697 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
32697 = 3 x 3 x 3 x 7 x 173
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
32697 = 33 x 7 x 173 หรือ 33 x 71 x 1731

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 32697

1แยกตัวประกอบของ 32697 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 33 x 71 x 1731
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
  • 👉 7 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 173 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 4 x 2 x 2 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 32697 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 32697 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇