ตัวประกอบของ 31047 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 31047
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 31047 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 31047 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 31047 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 31047 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 31047 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 3, 79, 131, 237, 393, 10349, 31047
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 31047 ÷ 1 | = | 31047 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 3 | = | 10349 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 79 | = | 393 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 131 | = | 237 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 237 | = | 131 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 393 | = | 79 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 10349 | = | 3 | เหลือเศษ 0 |
| 31047 ÷ 31047 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 31047
| 1 x 31047 | = | 31047 |
| 3 x 10349 | = | 31047 |
| 79 x 393 | = | 31047 |
| 131 x 237 | = | 31047 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 31047
1 + 3 + 79 + 131 + 237 + 393 + 10349 + 31047 = 42240
▶ ตัวประกอบของ 31047 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 79, 131
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 31047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31047 = 3 x 79 x 131
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 31047 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 31047 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 31047 มา 1 คู่ เช่น 3 x 10349
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31047
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31047 แบบที่หนึ่ง
- 31047
- 131
- 237
- 3
- 79
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 31047 แบบที่สอง
- 31047
- 3
- 10349
- 79
- 131
ดังนั้น 31047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31047 =
3 x 79 x 131
2. การแยกตัวประกอบของ 31047 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 31047 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31047 นั้นก็คือ 3, 79, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31047
3)3104779)10349131)1311ดังนั้น 31047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้31047 = 3 x 79 x 131วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 31047
1แยกตัวประกอบของ 31047 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 791 x 13112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31047 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 31047 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 31047 นั้นก็คือ 3, 79, 131 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 31047
3
)31047
79
)10349
131
)131
1
ดังนั้น 31047 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
31047 = 3 x 79 x 131
1แยกตัวประกอบของ 31047 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 791 x 1311
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 79 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 131 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 31047 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 31047 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
