โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 27712 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27712

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 27712 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 27712 มีทั้งหมด 14 ตัวคือ 1, 2, 4, 8, 16, 32, 64, 433, 866, 1732, 3464, 6928, 13856, 27712
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
27712 ÷ 1=27712เหลือเศษ 0
27712 ÷ 2=13856เหลือเศษ 0
27712 ÷ 4=6928เหลือเศษ 0
27712 ÷ 8=3464เหลือเศษ 0
27712 ÷ 16=1732เหลือเศษ 0
27712 ÷ 32=866เหลือเศษ 0
27712 ÷ 64=433เหลือเศษ 0
27712 ÷ 433=64เหลือเศษ 0
27712 ÷ 866=32เหลือเศษ 0
27712 ÷ 1732=16เหลือเศษ 0
27712 ÷ 3464=8เหลือเศษ 0
27712 ÷ 6928=4เหลือเศษ 0
27712 ÷ 13856=2เหลือเศษ 0
27712 ÷ 27712=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27712
1 x 27712
2 x 13856
4 x 6928
8 x 3464
16 x 1732
32 x 866
64 x 433
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27712
1 + 2 + 4 + 8 + 16 + 32 + 64 + 433 + 866 + 1732 + 3464 + 6928 + 13856 + 27712 = 55118
ตัวประกอบของ 27712 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
2, 433
การแยกตัวประกอบคืออะไร

27712 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

27712 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 433
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 27712 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
27712 = 26 x 433
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 27712 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27712 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27712 มา 1 คู่ เช่น 2 x 13856
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27712
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27712 แบบที่หนึ่ง
  • 27712
    • 64
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
      • 8
        • 2
        • 4
          • 2
          • 2
    • 433

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27712 แบบที่สอง
  • 27712
    • 2
    • 13856
      • 2
      • 6928
        • 2
        • 3464
          • 2
          • 1732
            • 2
            • 866
              • 2
              • 433
ดังนั้น 27712 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27712 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 433
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27712 = 26 x 433 หรือ 26 x 4331

2. การแยกตัวประกอบของ 27712 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 27712 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27712 นั้นก็คือ 2, 433 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27712

2
)27712
2
)13856
2
)6928
2
)3464
2
)1732
2
)866
433
)433
1
ดังนั้น 27712 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27712 = 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 2 x 433
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
27712 = 26 x 433 หรือ 26 x 4331

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27712

1แยกตัวประกอบของ 27712 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 26 x 4331
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 6 ให้เอา 6 + 1 = 7
  • 👉 433 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 7 x 2 = 14
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27712 มีทั้งหมด 14 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27712 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇