ตัวประกอบของ 27005 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 27005
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 27005 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 27005 ได้ลงตัว
▶
▶
2. การแยกตัวประกอบของ 27005 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 27005 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 27005 มีทั้งหมด 8 ตัวคือ 1, 5, 11, 55, 491, 2455, 5401, 27005
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 27005 ÷ 1 | = | 27005 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 5 | = | 5401 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 11 | = | 2455 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 55 | = | 491 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 491 | = | 55 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 2455 | = | 11 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 5401 | = | 5 | เหลือเศษ 0 |
| 27005 ÷ 27005 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 27005
| 1 x 27005 | = | 27005 |
| 5 x 5401 | = | 27005 |
| 11 x 2455 | = | 27005 |
| 55 x 491 | = | 27005 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 27005
1 + 5 + 11 + 55 + 491 + 2455 + 5401 + 27005 = 35424
▶ ตัวประกอบของ 27005 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
5, 11, 491
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 27005 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27005 = 5 x 11 x 491
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 27005 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 27005 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 27005 มา 1 คู่ เช่น 5 x 5401
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27005
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27005 แบบที่หนึ่ง
- 27005
- 55
- 5
- 11
- 491
- 55
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 27005 แบบที่สอง
- 27005
- 5
- 5401
- 11
- 491
ดังนั้น 27005 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27005 =
5 x 11 x 491
2. การแยกตัวประกอบของ 27005 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 27005 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27005 นั้นก็คือ 5, 11, 491 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27005
5)2700511)5401491)4911ดังนั้น 27005 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้27005 = 5 x 11 x 491วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 27005
1แยกตัวประกอบของ 27005 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 111 x 49112ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 491 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27005 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 27005 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 27005 นั้นก็คือ 5, 11, 491 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 27005
5
)27005
11
)5401
491
)491
1
ดังนั้น 27005 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
27005 = 5 x 11 x 491
1แยกตัวประกอบของ 27005 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 51 x 111 x 4911
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 491 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 2 = 8✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 27005 มีทั้งหมด 8 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 27005 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
