ตัวประกอบของ 21037 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 21037
คำนิยาม
ตัวประกอบของจำนวนนับใดๆ หมายถึง จำนวนนับที่หารจำนวนนับที่เรากำหนดให้ได้ลงตัว
ดังนั้นตัวประกอบของ 21037 หมายถึงจำนวนนับที่หาร 21037 ได้ลงตัว
▶
▶ 2. การแยกตัวประกอบของ 21037 ด้วยวิธีหารสั้น
ตัวประกอบของ 21037 มีอะไรบ้าง
ตัวประกอบของ 21037 มีทั้งหมด 4 ตัวคือ 1, 109, 193, 21037
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
| 21037 ÷ 1 | = | 21037 | เหลือเศษ 0 |
| 21037 ÷ 109 | = | 193 | เหลือเศษ 0 |
| 21037 ÷ 193 | = | 109 | เหลือเศษ 0 |
| 21037 ÷ 21037 | = | 1 | เหลือเศษ 0 |
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 21037
| 1 x 21037 | = | 21037 |
| 109 x 193 | = | 21037 |
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 21037
1 + 109 + 193 + 21037 = 21340
▶ ตัวประกอบของ 21037 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 2 ตัวดังนี้
109, 193
จำนวนเฉพาะ (Prime number) คือ จำนวนนับที่มากกว่า 1 และมีตัวประกอบเพียงสองตัวคือ 1 และตัวมันเอง
ตัวประกอบที่เป็นจำนวนเฉพาะ เรียกว่า "ตัวประกอบเฉพาะ"
การแยกตัวประกอบคืออะไร
การแยกตัวประกอบ คือ การเขียนจำนวนนับนั้นให้อยู่ในรูปการคูณของตัวประกอบเฉพาะ
▶ 21037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21037 = 109 x 193
วิธีการแยกตัวประกอบ
1. การแยกตัวประกอบของ 21037 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲
วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 21037 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 21037 มา 1 คู่ เช่น 109 x 193
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21037
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 21037
- 21037
- 109
- 193
ดังนั้น 21037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21037 =
109 x 193
2. การแยกตัวประกอบของ 21037 ด้วยวิธีหารสั้นวิธีทำ1หาร 21037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21037 นั้นก็คือ 109, 193 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 14นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21037
109)21037193)1931ดังนั้น 21037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้21037 = 109 x 193วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 21037
1แยกตัวประกอบของ 21037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 1091 x 19312ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้- 👉 109 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 193 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21037 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
วิธีทำ
1หาร 21037 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 21037 นั้นก็คือ 109, 193 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 21037
109
)21037
193
)193
1
ดังนั้น 21037 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
21037 = 109 x 193
1แยกตัวประกอบของ 21037 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 1091 x 1931
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
- 👉 109 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
- 👉 193 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 = 4✔
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 21037 มีทั้งหมด 4 ตัว ✔
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 21037 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇
