โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19965 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19965

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19965 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19965 มีทั้งหมด 16 ตัวคือ 1, 3, 5, 11, 15, 33, 55, 121, 165, 363, 605, 1331, 1815, 3993, 6655, 19965
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19965 ÷ 1=19965เหลือเศษ 0
19965 ÷ 3=6655เหลือเศษ 0
19965 ÷ 5=3993เหลือเศษ 0
19965 ÷ 11=1815เหลือเศษ 0
19965 ÷ 15=1331เหลือเศษ 0
19965 ÷ 33=605เหลือเศษ 0
19965 ÷ 55=363เหลือเศษ 0
19965 ÷ 121=165เหลือเศษ 0
19965 ÷ 165=121เหลือเศษ 0
19965 ÷ 363=55เหลือเศษ 0
19965 ÷ 605=33เหลือเศษ 0
19965 ÷ 1331=15เหลือเศษ 0
19965 ÷ 1815=11เหลือเศษ 0
19965 ÷ 3993=5เหลือเศษ 0
19965 ÷ 6655=3เหลือเศษ 0
19965 ÷ 19965=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19965
1 x 19965
3 x 6655
5 x 3993
11 x 1815
15 x 1331
33 x 605
55 x 363
121 x 165
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19965
1 + 3 + 5 + 11 + 15 + 33 + 55 + 121 + 165 + 363 + 605 + 1331 + 1815 + 3993 + 6655 + 19965 = 35136
ตัวประกอบของ 19965 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 5, 11
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19965 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19965 = 3 x 5 x 11 x 11 x 11
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19965 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19965 = 3 x 5 x 113
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19965 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19965 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19965 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6655
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19965
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19965 แบบที่หนึ่ง
  • 19965
    • 121
      • 11
      • 11
    • 165
      • 11
      • 15
        • 3
        • 5

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19965 แบบที่สอง
  • 19965
    • 3
    • 6655
      • 5
      • 1331
        • 11
        • 121
          • 11
          • 11
ดังนั้น 19965 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19965 = 3 x 5 x 11 x 11 x 11
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19965 = 3 x 5 x 113 หรือ 31 x 51 x 113

2. การแยกตัวประกอบของ 19965 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19965 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19965 นั้นก็คือ 3, 5, 11 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19965

3
)19965
5
)6655
11
)1331
11
)121
11
)11
1
ดังนั้น 19965 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19965 = 3 x 5 x 11 x 11 x 11
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19965 = 3 x 5 x 113 หรือ 31 x 51 x 113

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19965

1แยกตัวประกอบของ 19965 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 31 x 51 x 113
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 5 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 11 มีเลขชี้กำลังคือ 3 ให้เอา 3 + 1 = 4
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 2 x 4 = 16
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19965 มีทั้งหมด 16 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19965 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇