โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19566 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19566

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19566 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19566 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 2, 3, 6, 9, 18, 1087, 2174, 3261, 6522, 9783, 19566
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19566 ÷ 1=19566เหลือเศษ 0
19566 ÷ 2=9783เหลือเศษ 0
19566 ÷ 3=6522เหลือเศษ 0
19566 ÷ 6=3261เหลือเศษ 0
19566 ÷ 9=2174เหลือเศษ 0
19566 ÷ 18=1087เหลือเศษ 0
19566 ÷ 1087=18เหลือเศษ 0
19566 ÷ 2174=9เหลือเศษ 0
19566 ÷ 3261=6เหลือเศษ 0
19566 ÷ 6522=3เหลือเศษ 0
19566 ÷ 9783=2เหลือเศษ 0
19566 ÷ 19566=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19566
1 x 19566
2 x 9783
3 x 6522
6 x 3261
9 x 2174
18 x 1087
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19566
1 + 2 + 3 + 6 + 9 + 18 + 1087 + 2174 + 3261 + 6522 + 9783 + 19566 = 42432
ตัวประกอบของ 19566 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
2, 3, 1087
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19566 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19566 = 2 x 3 x 3 x 1087
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19566 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19566 = 2 x 32 x 1087
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19566 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19566 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19566 มา 1 คู่ เช่น 2 x 9783
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19566
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19566 แบบที่หนึ่ง
  • 19566
    • 18
      • 3
      • 6
        • 2
        • 3
    • 1087

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19566 แบบที่สอง
  • 19566
    • 2
    • 9783
      • 3
      • 3261
        • 3
        • 1087
ดังนั้น 19566 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19566 = 2 x 3 x 3 x 1087
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19566 = 2 x 32 x 1087 หรือ 21 x 32 x 10871

2. การแยกตัวประกอบของ 19566 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19566 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19566 นั้นก็คือ 2, 3, 1087 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19566

2
)19566
3
)9783
3
)3261
1087
)1087
1
ดังนั้น 19566 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19566 = 2 x 3 x 3 x 1087
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19566 = 2 x 32 x 1087 หรือ 21 x 32 x 10871

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19566

1แยกตัวประกอบของ 19566 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 21 x 32 x 10871
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 2 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 1087 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 2 x 3 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19566 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19566 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇