โปรแกรมหาตัวประกอบของจำนวนนับ
ใส่ตัวเลขที่ต้องการหาตัวประกอบ โปรแกรมจะแสดงคำตอบและวิธีการแยกตัวประกอบให้อัตโนมัติ
เทพควิช-lnwquiz

ตัวประกอบของ 19557 และวิธีการแยกตัวประกอบของ 19557

คำนิยาม

ตัวประกอบของ 19557 มีอะไรบ้าง

ตัวประกอบของ 19557 มีทั้งหมด 12 ตัวคือ 1, 3, 9, 41, 53, 123, 159, 369, 477, 2173, 6519, 19557
ตรวจคำตอบด้วยการหาร
19557 ÷ 1=19557เหลือเศษ 0
19557 ÷ 3=6519เหลือเศษ 0
19557 ÷ 9=2173เหลือเศษ 0
19557 ÷ 41=477เหลือเศษ 0
19557 ÷ 53=369เหลือเศษ 0
19557 ÷ 123=159เหลือเศษ 0
19557 ÷ 159=123เหลือเศษ 0
19557 ÷ 369=53เหลือเศษ 0
19557 ÷ 477=41เหลือเศษ 0
19557 ÷ 2173=9เหลือเศษ 0
19557 ÷ 6519=3เหลือเศษ 0
19557 ÷ 19557=1เหลือเศษ 0
ตรวจคำตอบด้วยการจับคู่หาจำนวนที่คูณกันได้ 19557
1 x 19557
3 x 6519
9 x 2173
41 x 477
53 x 369
123 x 159
ผลบวกของตัวประกอบทั้งหมดของ 19557
1 + 3 + 9 + 41 + 53 + 123 + 159 + 369 + 477 + 2173 + 6519 + 19557 = 29484
ตัวประกอบของ 19557 ที่เป็นจำนวนเฉพาะมีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้
3, 41, 53
การแยกตัวประกอบคืออะไร

19557 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้

19557 = 3 x 3 x 41 x 53
จากผลการแยกตัวประกอบด้านบนจะเห็นว่ามีจำนวนบางจำนวนที่ซ้ำกัน ดังนั้นเราสามารถเขียนการแยกตัวประกอบของ 19557 ให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังได้ดังนี้
19557 = 32 x 41 x 53
วิธีการแยกตัวประกอบ

1. การแยกตัวประกอบของ 19557 ด้วยวิธีแผนภาพต้นไม้🌲

วิธีทำ
1จำนวนที่โจทย์กำหนดมา คือ 19557 ดังนั้นให้หาจำนวนที่คูณกันได้ 19557 มา 1 คู่ เช่น 3 x 6519
2พิจารณาว่าจำนวน 1 คู่ที่เลือกมาเป็นจำนวนเฉพาะหรือยัง
3ถ้าจำนวนใดยังไม่ใช่จำนวนเฉพาะให้หาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้น และให้เลือกเอาจำนวนที่คูณกันได้จำนวนนั้นมา 1 คู่(ทำคล้ายๆกับข้อที่ 1)
4ทำโดยใช้หลักการข้อที่ 2 และ 3 ไปเรื่อยๆ จนกว่าจำนวนสุดท้ายจะเป็นจำนวนเฉพาะ
5เอาจำนวนเฉพาะทั้งหมดที่ได้มาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19557
ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19557 แบบที่หนึ่ง
  • 19557
    • 123
      • 3
      • 41
    • 159
      • 3
      • 53

ตัวอย่างแผนภาพต้นไม้ของ 19557 แบบที่สอง
  • 19557
    • 3
    • 6519
      • 3
      • 2173
        • 41
        • 53
ดังนั้น 19557 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19557 = 3 x 3 x 41 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19557 = 32 x 41 x 53 หรือ 32 x 411 x 531

2. การแยกตัวประกอบของ 19557 ด้วยวิธีหารสั้น

วิธีทำ
1หาร 19557 ด้วยตัวประกอบเฉพาะของ 19557 นั้นก็คือ 3, 41, 53 (ในการหารแต่ละครั้งแนะนำให้ใช้ตัวประกอบเฉพาะที่มีค่าน้อยที่สุด)
2หากผลการหารที่ได้ยังไม่เท่ากับ 1 ให้นำผลการหารที่ได้ก่อนหน้านี้มาหารด้วยตัวประกอบเฉพาะอีกครั้ง
3ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 2 ไปเรื่อยๆ จนกว่าผลหารสุดท้ายมีค่าเท่ากับ 1
4นำตัวหารทั้งหมดมาเขียนให้อยู่ในรูปการคูณก็จะได้เป็นการแยกตัวประกอบของ 19557

3
)19557
3
)6519
41
)2173
53
)53
1
ดังนั้น 19557 สามารถแยกตัวประกอบได้ดังนี้
19557 = 3 x 3 x 41 x 53
หรือจะเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลัง
19557 = 32 x 41 x 53 หรือ 32 x 411 x 531

วิธีหาจำนวนตัวประกอบทั้งหมดของ 19557

1แยกตัวประกอบของ 19557 และเขียนให้อยู่ในรูปเลขยกกำลังจะได้เท่ากับ 32 x 411 x 531
2ให้นำ 1 ไปบวกกับเลขชี้กำลังของตัวประกอบแต่ละตัวดังนี้
  • 👉 3 มีเลขชี้กำลังคือ 2 ให้เอา 2 + 1 = 3
  • 👉 41 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
  • 👉 53 มีเลขชี้กำลังคือ 1 ให้เอา 1 + 1 = 2
3นำผลบวกของเลขชี้กำลังที่ได้มาคูณกันดังนี้ 3 x 2 x 2 = 12
คำตอบ ตัวประกอบทั้งหมดของ 19557 มีทั้งหมด 12 ตัว
เมื่อคุณรู้ตัวประกอบและวิธีการแยกตัวประกอบของ 19557 แล้วลองแวะดูบทความอื่นๆที่น่าสนใจด้านล่างนี้ได้น่ะ 👇